เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนายบุญร่วม สัพโส ผช.ผอ.โรงเรียนชุมชนนาดีหนองไผ่ บ้านนาดี หมู่ 14 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ว่ามีเหตุการระทึกในช่วงกลางคืน โดยได้รับการบอกเล่าจากนายสง่า พิทักษ์กุล อดีตสจ.สกลนคร ว่า ที่ฉางข้าวท้ายหมู่บ้านถนนเรียบคลองชลประทาน ทางหลวงชนบท กม.ที่ 12 บ้านนาดี หมู่ 14 ต.นาหัวบ่อ ในช่วงเย็นจะพบวัตถุประหลาด เป็นเหมือนตะเกียงเจ้าพายุ ลอยขึ้นบริเวณ ต้นตาลระหว่าง ต้นพอก ริมรั่วที่ดินของนายปรีชา กิจชำนิ ผู้ใหญ่บ้านนาดี หมู่ 14 ต.นาหัวบ่อ แทบทุกวัน โดยดวงไฟดังกล่าวจะลอยขึ้นในช่วงเวลา 20.00 น. ทุกวัน โดยจะมีความสว่างสูงประมาณ 2 เมตร ลอยออกไปตามทางเลียบคลองชลประทาน ลักษณะไปได้ประมาณ 50 เมตร แล้วจะดับไป จากนั้น ก็จะมีแสงขึ้นมาใหม่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นจะลอยกลับมาตรงที่ลอยขค้น และก็ดับวูบหายไป จนชาวบ้านลือกันว่าเป็นผีกระสือและอาจฝังสมบัติไว้ แสดงอภินิหารให้คนไปขุด

201610041242451-20021113154942

ผู้สื่อข่าว จึงเดินทางไปพบกับนายปรีชา กิจชำนิ ผู้ใหญ่บ้านนาดี หมู่ 14 ต.นาหัวบ่อ เจ้าของแปลงที่ดินใกล้กับจุดที่พบแสงประหลาด นายปรีชา เล่าว่า เรื่องนี้นายสง่า พิทักษ์กุล อดีตสจ.ซึ่งมีพื้นที่ใกล้กัน มีฉางเก็บข้าวออกไปดูแลฉางข้าวทุกวัน มาเล่าให้ฟังว่า เห็นดวงไปคล้ายโคม ลอยขึ้นตรงบริเวณต้นตาลระหว่างต้นพอก เท่ากับแสงไฟของรถจักรยานยนต์ และในเวลา 19.30-20.00 น. จะพบลอยขึ้นทุกวัน แต่หากจะเล่าให้ชาวบ้านฟัง ก็กลัวจะแตกตื่น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมากว่า 1 เดือนแล้ว ซึ่งตนเคยไปถามว่ามีใครไปติดตั้งไฟไว้หรือไม่ ก็บอกว่าไม่มี

201610041242487-20021113154942

นายสง่า พิทักษ์กุล อดีตสจ. กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาชักชวนนายปรีชา กิจชำนิ ผู้ใหญ่บ้านและเป็นเจ้าของที่ดินที่เกิดแสงประหลาด และชวนผู้ใหญ่บ้านอีก 3 หมู่บ้าน ตลอดจนชาวบ้านที่ทราบข่าว กว่า 100 คน ไปพิสูจน์ นอกจากนั้นมีพระอาจารย์ศัตราวุฒิ เจ้าอาวาสวัดแจ้งแสงอรุณ บ้านนาดี ขอออกไปพิสูจน์ด้วย

201610041242482-20021113154942

“หลังจากซุ่มอยู่ห่างจากจุดที่เห็นแสงประมาณ 100 เมตร ขณะนั้นเป็นเวลา 2 ทุ่มก็ไม่ปรากฏไฟใดๆขึ้นมา และกำลังชักชวนกันกลับ แต่แล้วอยู่ก็มีแสงไฟพุ่งคล้ายแสงตะเกียงเจ้าพายุ ลอยพุ่งขึ้นมาระหว่างต้นตาลกับต้นพอกใหญ่ ลอยสูงขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่บ้านพระสงฆ์และชาวบ้านนับร้อยคู่ที่กำลังตะลึง ว่ามีเรื่องจริงแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อแสงดังกล่าวลอยขึ้นมาสูงประมาณ 2 เมตรก็จะลอยวนคล้ายสำรวจที่อยู่ประมาณ 3 รอบ จากนั้นจะลอยออกไปทางริมคลองชลประทาน คล้ายกับคนยืนแล้วลอยไป พอส่องแสงไปได้ประมาณ 100 เมตรดับ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นก็กระพริบ และสว่างอีก ลอยวนไปมา ดับและส่องแสงประมาณ 3 ครั้ง แล้วก็ลอยกลับมาก่อนจะดับลงแล้วหายไป ชาวบ้านบางคนยกมือสาธุ ที่เป็นบุญตาได้มาเห็น บางรายก็วิพากษ์ไปต่างๆนานาถึงขนาดว่าเป็นผีกระสือก็มี” นายสง่า กล่าว

201610041242488-20021113154942

นายอวบ ขอสงวนชื่อนามสกุล ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ไปติดตามเฝ้าดูและเห็นแสงประหลาดกับตา กล่าวว่า ตนเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่ขอยืนยันว่าเห็นกับตาจริง พูดแล้วขนยังลุก ในโลกนี้ก็ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่ ตนยืนยันว่าเห็นกับตาแน่นอน พร้อมชาวบ้านแลผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน

201610041242485-20021113154942

นายนาม คำมูลศรี ข้าราชการบำนาญครูในหมู่บ้าน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เห็นกับตาก็ว่าโกหกขอให้มาพิสูจน์ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ชาวบ้านถ่ายรูปไม่ติดสักราย แม้จะมีมือถือนับร้อยเครื่องก็ตาม ตนเชื่อว่าเป็นของดี และน่าจะเป็นทรัพย์หรือไหเงินไหทองฝั่งอยู่ก็ได้ ต้องติดตามดู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อเพื่อสอบถามพระอาจารย์ศรัตราวุติ (เจ้าอาวาสวัดแจ้งแสงอรุณ บ้านนาดี)ผู้ที่เดินทางไปสังเกตุการณ์ ได้รับแจ้งจากลูกษ์วีดว่าไม่สะดวกให้ในการพูด ขอไมพุดให้ถามผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านว่าเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้านายปรีชา กิจชำนิ ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านจำนวนหนึ่ง นำรถไถนาไปเกรดและปรับหญ้าในบริเวณดังกล่าว เพื่อหากจะมีการเข้ามาดูอีกและหากมีคนทำขึ้นจะได้เห็นตัว แต่ต้องตกตะลึง เมื่อไปสำรวจแล้วพบว่าที่บริเวณเสารั่วไม้ โคนต้นพอกมีว่านชนิดหนึ่งกำลังเขียวงาม ถามคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน บอกว่าเป็นว่า “อีเฒ่าหนังเหนียว” ภาษาอีสานเรียกแบบนั้น ชึ่งดูจากโคนหัวว่านแล้วน่าจะนำมาแอบปลูกไว้มานานไม่น้อยกว่า 2-3 ปี แต่ว่านดังกล่าวอาจมีผลในทางไสยศาสตร์ที่เจ้าของเดิมเก็บไว้ แล้วเกรงผิดของแสลง จะเป็นปอบหรือกระสือ จึงแอบหลบมาปลูกไว้บริเวณดังกล่าว ซึ่งว่านที่เจอมีหัวแก่ขึ้นโคน ชาวบ้านเชื่อว่าจะออกแสงและหากินอาหารยามกลางคืน และแกร่งอาคม จึงไม่กลัวคนแสดงให้เห็นด้วยแสงดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชาวบ้านบางกลุ่มก็เชื่อว่าแสงไม่ได้เกิดจากว่านและที่ตรงนั้น น่าจะห่างมาอีก 5 เมตร และเชื่อว่าน่าจะมีไหเงินไหคำหรือสมบัติฝั่งไว้ และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านเห็นเพื่อมาขุด และขณะนี้ชาวบ้านมีความเชื่อเป็นสองกลุ่ม คืออีกกลุ่มเชื่อว่าเกิดจากว่านหรือผีกระสือ และอีกกลุ่มบอกว่าน่าจะเป็นผู้เฝ้าสมบัติต้องการให้คนมาขุด

โดยชาวบ้านยังไม่สรุปว่าแสงเกิดจากอะไร และในช่วงคืนนี้กลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งจะไปพิสูจน์แสงประหลาดอีกครั้ง ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็ป้องกันไว้ก่อนโดยหาเครื่องรางของขลังมาห้อยคอให้เด็ก ลูกหลานและผู้ใหญ่ไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท พร้อมกับไม่ให้เด็กๆออกมาเดินกลางหมู่บ้านยามค่ำคืน และนัดกันในคำคืนนี้จะร่วมกันพิสูจน์แสงอีกครั้ง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน