“ศรีวราห์” เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแฟลตตำรวจแม่ฮ่องสอน ห้องที่ตำรวจพาเด็กสาวไปร่วมหลับนอน เผยไม่หนักใจในคดี มั่นใจจับกุมคนผิดได้แน่ พบผู้ถูกกล่าวหาตร.ระดับรองผกก.หนีไปแล้ว

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 5 พ.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบ.ตร. เดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจดูการดำเนินคดี กลุ่มข้าราชการตำรวจและครูที่ถูกกล่าวหาพรากผู้เยาว์ รุมโทรมหญิง โดยวันนี้มีตำรวจรายงานตัวตามหมายเรียก 5 นาย และ ครู 1 คน ได้แก่ 1.ร.ต.ท.อำนาจ กายะวิน 2.พ.ต.ท.มงคล ปันตี 3.ด.ต.บุญหลง วงศ์โท๊ะ 4.พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ พลนำ ผบ.ร้อย ตชด.336 5.ส.ต.ท.จิราวัฒน์ นามเมืองพรม 6.นายวิทยา ภูติรักษ์ หรือครูบอย ส่วนผู้ต้องหาหมายเลข 2.คือ พ.ต.ท.มงคล ปันตี รองผกก. อำนวยการ ภ.จว.มส. หลบหนีการจับกุม และได้ถือว่าเป็นการขาดราชการ

รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า ทางผบ.ตร. กำชับให้ดำเนินการในคดีนี้ไปตามเนื้อผ้า คิดว่าคดีดังกล่าวอีกไม่นานคงเสร็จสิ้น ซึ่งว่าไปตามกฎหมายป.วิอาญา ต้องรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งคงต้องดำเนินการไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นกระแส

ต่อมาเดินทางไปดูจุดเกิดเหตุ บ้านพักข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ห้อง 82/3 ของพ.ต.ท.มงคล ปันตี รองผกก. อำนวยการ ภ.จว.มส. ซึ่งเป็นห้องที่นายตำรวจคนดังกล่าวนำเด็กสาว มาร่วมหลับนอน ซึ่งบ้านปิดล็อคสภาพบ้านว่างเปล่ามีเพียงผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน และโรลออนหนึ่งขวดทิ้งไว้เท่านั้น สำหรับพ.ต.ท.มงคล ปันตี ทราบว่าขณะนี้ได้หลบหนีไปแล้ว โดยทางชุดสืบสวนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกหมายจับ และอยู่ระหว่างการติดตามนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ข้าราชการตำรวจ 8 นายที่ถูกออกหมายจับ และหมายเรียกได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว 7 นาย มีเพียงพันตำรวจโทมงคล ที่ลงบันทึกประจำวันว่าไปราชการตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่สอบถามผู้บังคับบัญชายืนยันว่า ไม่มีการสั่งการให้ไปปฏิบัติราชการใดๆ จึงเท่ากับว่าขาดราชการจึงสั่งการให้ ให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนวินัยกรณีขาดราชการด้วยนอกเหนือจากกรณีต้องคดีอาญาโดยสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับตำรวจในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน ที่ถูกดำเนินคดีเบื้องต้นมีจำนวน 9 นายรวม ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ แต่หากพยานหลักฐานโยงไปถึงใครอีกก็จะต้องดำเนินคดี สำหรับพ.ต.ท.มงคลหากไม่มารายงานตัวตามหมายเรียก ก็จะถือว่าขัดหมายเรียกครั้งที่ 1 เร็วๆนี้ จะออกหมายเรียกอีกครั้ง หากไม่มาอีก ก็จะต้องเสนอขออนุมัติหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการครูที่เคยทำงานในแม่ฮ่องสอนแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ได้ประสานงานจะมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกก่อนวันที่ 15 พ.ค. นี้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งนี้ต้องไปชั่งน้ำหนักคำให้การคำซัดทอดของพยานต่างๆ ว่าเชื่อถือได้หรือไม่รวมถึงนำผลการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทยมาพิจารณาด้วย แม้เป็นคนละส่วนกันแต่ก็ต้องเป็นปัจจัยหนึ่งในการนำมาชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน หากพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดข้อใดก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามนั้น

ส่วนที่ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ระบุว่าไม่มีหลักฐานเอาผิดฐานค้ามนุษย์ก็เป็นส่วนของพนักงานสอบสวนปคม. แต่ในส่วนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ดำเนินไปตามพยานหลักฐานอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การคลี่คลายคดีนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและเข้มข้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีตัวแทนสภาพลเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือให้กำลังใจรองผบ.ตร. และคณะในการคลี่คลายคดีนี้เพื่อนำข้อเท็จจริงให้ปรากฏด้วย

ขณะที่มีรายงานว่าทางกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและมีคำสั่งให้ออกจากราชการ พ.ต.ท.พงษ์นริน พลนำ ผบ.ร้อยตชด.336 หรือที่กลุ่มเหยื่อเรียกว่า “ผู้กองหลิน” สังกัดตชด. ด้วย

ต่อมานายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประธานสภาพลเมือง และนายบุญยืน คงเพชรศักดิ์ รองประธานสภาพลเมือง ที่เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน เพื่อยื่นหนังสือผลการประชุมสภาพลเมือง เรื่องการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และค้าประเวณี โดยจะเอาปัญหาในแม่ฮ่องสอนเป็นจุดเริ่มต้นในการหาวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะ สั้น กลาง. และระยะยาว เพื่อนำเป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาทั่วประเทศ.โดยได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล ณ จุดเกิดเหตุบ้านพักตำรวจ จากนั้น รอง ผบ.ตร. รีบเดินทางจากแม่ฮ่องสอน ไปยังตำรวจภูธรภาค 5 โดยแวะเข้าประชุมกับนายตำรวจในพื้นที่แต่อย่างใด

นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประธานสภาพลเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในหนังสือเปิดผนึกที่ยื่นต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร เพื่อผ่านไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีใจความสรุปโดยย่อว่า ข้อเสนอเชิงนโยบายระยะสั้น 1.มีมาตรการป้องกัน ดูแล เยียวยา เหยื่อผู้เสียหายรวมทั้งครอบครัวผู้เสียหายอย่าเหมาะสม 2.เร่งรัดผลักดันกระบวนการยุติธรรมเพื่อจัดการปัญหาการค้ามนุษย์อย่างแท้จริงและโปร่งใส

3.สร้างความเข้าใจต่อสื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลข่าวสารเจาะจนเฉพาะกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ มากว่าการนำเสนอภาพรวมของจังหวัด 4.กำชับให้สถานศึกษา ผู้บริหาร ครูอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในสถาบันศึกษา ทุกแห่งมีมาตรการป้องกันและเผ้าระวังการเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ ของนักเรียนและนักศึกษาอย่างเคร่งครัด 5.เร่งปราบปรามขุดรากถอนโคนเครือข่าย / ผู้เกี่ยวข้องที่หลงเหลือให้หมดไปจากจังหวัด

ข้อเสนอเชิงนโยบายระยะกลาง 1.ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกระบวนการติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาด้านคดีความที่เกิดขึ้น 2.สนับสนุนการรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ในเชิงสัญลักษณ์ และพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนาและความเชื่อของท้องถิ่น 3.ส่งเสริมสนับสนุนการชี้เบาะแส เกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ หวยเถื่อน ยาเสพติด บ่อนการพนัน และการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม

4.ส่งเสริมให้ระบบการป้องกันดูแลปัญหาร่วมกันตั้งแต่ระดับครอบครัว และชุมชน 5.กำกับติดตาม ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ ธุรกิจสถานบริการบันเทิงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และ ยุติธรรม

ข้อเสนอเชิงนโยบายในระยะยาว 1.ขจัดค่านิยมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้บริการทางเพศ การค้ามนุษย์ การเลี้ยงดูปูเสื่อ และการกระทำอื่นๆ ที่ลดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ 2.สนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดพิเศษที่ครอบคลุมทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน การใช้ประโยชน์จากป่าไม้แบบยั่งยืน 3. ส่งเสริมการรณรงค์เลิกซื้อหวยเถื่อนใต้ดิน และเสนอเลิกใช้บริการของธุรกิจที่ประกอบการโดยไม่สุจริตในจังหวัด

4.สนับสนุนการสร้างกระบวนการติดตามการตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่น ในระบบการทำงานของส่วนราชการและภาคธุรกิจ โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 5.ผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครองตนเองและลดโครงสร้างการบริหารราชการแบบรวมศูนย์ และ 6.ส่งเสริมและสนับสนุนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดนำร่องเมืองปลอดปัญหาการค้ามนุษย์ ยาเสพติด หวยเถื่อน บ่อนการพนัน และคอรัปชั่นทุกชนิด

วันเดียวกัน จ.ส.อ.ขัติพันธ์ บุตรสอน จนท.กอ.รมน.ที่ถูกเด็กสาวแม่เล้าพาดพิงในชื่อ “ลุงพัน” เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน เพื่อเข้ารายงานตัวต่อ รอง ผบ.ตร. แต่ก็ไม่ได้พบ
กันจ.ส.อ.ขัติพันธ์ กล่าวว่า ยอมรับรู้จักเด็กสาวเหล่านั้นจริง แต่ทำงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เรื่องการหาข่าวกลุ่มแม่เล้าที่พัวพันกับขบวนการค้าประเวณี ส่วนเรื่องการโพสต์เปลี่ยนคำขวัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการคุยเล่นกับเพื่อนในเฟซบุ๊ก โดยตนจะฟ้องกลับคนที่นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ในเร็วๆนี้

ด้าน นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ จะเดินทางไปสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกผู้เสียหายกล่าวหาว่าได้ชื้อบริการจากเด็กซึ่งถูกบังคับให้ค้าประเวณี โดยได้เงินค่าบริการจำนวน 1,000 บาท ต่อหน้าพล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2560 ตามที่ปรากฎที่สื่อมวลชนได้นำเสนออย่างต่อเนื่อง

ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย โดยนายประยูร รัตนเสนีย์ รอง ปมท. ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐได้แสดงถึงการรวมพลัง แสดงพฤติการณ์อันเป็นการรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่ได้กระทำผิด ทั้งที่อยู่กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอันเป็นการชี้นำ และชักชวน และที่สำคัญการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลทั้งต่อคณะกรรม รวมถึงกระทบจิตใจของผู้เสียหายอย่างร้ายแรง จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมข้าราชการพลเรือนหรือไม่ และได้วางแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน