สตม.จับ แก๊งคอลเมืองน้ำหอม โทรตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ กลางกรุง
แก๊งคอลเมืองน้ำหอม / เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บช.สตม. แถลงข่าวผลการจับกุมรวม 4 คดี
พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า คดีแรกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 รับแจ้งสายลับว่ามีชาวต่างชาติลักษณะเป็นชาวยุโรป 8-10 คน เช่าอาคารพาณิชย์ในซอยทองหล่อ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ คาดว่ามีการลักลอบทำงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายออนไลน์ระหว่างประเทศ
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเฝ้าสังเกตพฤติการณ์ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 2562 พบว่ามีชาวต่างชาติเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 15.00 – 21.00น. ของทุกวัน จากข้อมูลที่ได้รับและคาดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะลักลอบทำงานในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสกิมเมอร์
ต่อมาวันที่ 8 ม.ค. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวพบว่าลักษณะเป็นอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่าง ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 4 เป็นห้องทำงานพร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ สำหรับโทรผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อแปลงสัญญาณติดต่อไปต่างประเทศ
และพบคนต่างชาติสัญชาติฝรั่งเศส จำนวน 10 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 3 ราย ส่วนใหญ่กำลังนั่งทำงานประจำโต๊ะ จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวคนต่างชาติ พบว่า 9 ราย เดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว ไม่มีใบอนุญาตทำงาน มีเพียง 1 ราย มีใบอนุญาตทำงานแต่ไม่ตรงตามสิทธิ
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

ผู้ถูกจับรับว่า ทำงานมาประมาณ 1 เดือน โดยจะทำการติดต่อลูกค้าที่ประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม ทางโทรศัพท์ระหว่างประเทศ อ้างเป็นตัวแทนบริษัทใหญ่ที่น่าเชื่อถือในประเทศสิงคโปร์ สามารถช่วยลูกค้าจัดทำธุรกรรมทางบัญชีและลดหย่อนภาษีได้

ส่วนการเข้าทำงานช่วงบ่ายถึงค่ำ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาทำงานของประเทศแถบยุโรป ซึ่งจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6-7 ชั่วโมง จึงแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ก่อนคุมตัวชาวต่างชาติพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สตม. ดำเนินคดีต่อไป
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.6 สนธิกำลังร่วมกับ ตม.จว.สงขลา รับแจ้งจากสายลับว่า มีบุคคลต่างด้าวเปิดบ้านรับดูดวงให้กับคนทั่วไป อยู่ในห้องแถวไม่มีเลขที่ในสวนยางพาราใกล้กลับสำนักสงฆ์คลองตงเหนือ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์จอดอยู่หลายคัน สังเกตเห็นกลุ่มคนที่มาจับกลุ่มยืนรออยู่ประมาณ 10 คน จึงได้เข้าไปสอบถามจึงทราบว่ามีการรับดูดวงจริง และบางรายแจ้งว่าหมอดูที่นี่ให้เลขเด็ดจนตนเองถูกรางวัลหลายงวด
ผกก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแฝงตัวเข้าไปใช้บริการ พบว่ามีชายต่างด้าวเข้ามาสอบถาม แนะนำอธิบายขั้นตอนการดูดวงและจัดคิวรอ ผู้มาใช้บริการตามลำดับก่อนหลัง เมื่อสังเกตเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวเห็นหญิงลักษณะคล้ายคนต่างด้าวกำลังดูดวงทำนายโชคชะตาอยู่

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปรับบริการดูดวงทำนายโชคชะตา พบว่าหญิงคนดังกล่าวสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ แต่การพูดสำเนียงและการใช้คำไม่เหมือนคนไทย มีการเก็บค่าบริการคนละ 100 บาท เมื่อดูดวงเสร็จเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมตัว
จากการตรวจสอบพบนางเทย์ อายุ 54 ปี หมอดูดวง และนายมินอู อายุ 53 ปี คนจัดคิวการดูดวง และทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งในขณะจับกุมนั้นยังพบว่ามีคนเข้ามายังสำนักหมอดูดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อได้ว่าผู้ถูกจับทั้ง 2 คน ทำรายได้จากการเปิดสำนักหมอดูโดยหากินบนความเชื่อเรื่องโชคลาภอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
โดยพบว่าทั้ง 2 คนได้รับอนุญาตให้ทำงานในลักษณะงานของงานกรรมกรเท่านั้น พฤติการณ์ของคนต่างด้าวทั้ง 2 ที่มีรายได้จากการดูดวงนี้ เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทํางานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทําได้”
จากนั้น จนท.ชุดสืบสวนจึงได้ทำการแจ้งข้อหาและจับกุมตัวคนต่างด้าวทั้งสอง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งลุง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
คดีที่ 3 ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มคนต่างด้าวชาวจีนลักลอบทำงานขายสินค้า (พระเครื่อง) และให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าประกอบพิธีกรรมต่างๆ ภายในวัดป่าพุวนาราม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และวัดนันทวัน ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี
โดยพฤติการณ์กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้จะมีกลุ่มบริษัทซึ่งเป็นของนายทุนชาวจีนนำเที่ยวเข้ามาใช้บริการ โดยเน้นให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน มีการจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและพยายามโน้มน้าวให้เช่าวัตถุมงคลประเภทต่างๆ และหลอกขายในราคาสูงกว่าความเป็นจริง
จากการตรวจสอบทั้งสองวัดแล้วมีการหลอกขายพระและวัตถุมงคลต่างๆเกินจริง จึงสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมชาวจีนทั้งสองวัด โดยแบ่งเป็น 1.กรณีวัดป่าพุวนาราม จับกุมตัวนางสาวลี่ (MS.LI) อายุ 24 ปี สัญชาติจีน และพวกรวม 13 คน

พร้อมของกลางพระเครื่องต่างๆ ธนบัตรสกุลไทยจำนวน 100,100 บาท แผ่นเงิน-ทองรูปใบโพธิ์ ใบเสร็จรับเงิน เครื่องรูดบัตรเครดิต เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา ดำเนินคดีต่อไป
2.กรณีวัดนันทวัน จับกุมตัวนายหยิบิง (MR.YIBING) อายุ 51 ปี สัญชาติจีนและพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางเป็นพระเครื่องต่างๆ ธนบัตรเงินสดสกุลหยวน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” นำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีต่อไป
คดีที่ 4 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.2 ได้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงระหว่างเดือน ธ.ค. 2562 โดยสามารถจับกุมชาวต่างชาติผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือระบบไบโอแมทริกส์ จำนวน 7 ราย แบ่งเป็นชายสัญชาติตุรกี 2 ราย หญิงตุรกี 2 ราย ชายชาวอิหร่าน 1 ราย ชายชาวโดมินิกัน 1 ราย และชายชาวมาเลเซีย 1 ราย
ซึ่งทั้งหมดได้ใช้เอกสารหรือพาสปอร์ตปลอมเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ปลอมและมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีต่อไป