ด่วน! เรียก 3 บุคคลต้องสงสัย คดีปล้นทองสอบ ตีวงปืน 13 กระบอก ได้เส้นทางหนี!

ด่วน! เรียก 3 บุคคลต้องสงสัย คดีปล้นทองสอบ ตีวงปืน 13 กระบอก ได้เส้นทางหนี!

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 14 ม.ค. ที่ จ.ลพบุรี ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายชิงทองกราดยิงมีคนเสียชีวิต 3 ราย สำหรับการทำงานของตำรวจเข้าสู่วันที่ 5 ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยที่ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นคนร้ายที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแล้วด้วยพยานหลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุด มี 3 รายด้วยกัน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

โดยรายแรกเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด เนื่องมีท่าทางการเดินคล้ายกับตัวคนร้าย ส่วนรายที่สองเป็นบุคคลมีสี และรายสุดท้าย เป็นพลเรือน ซึ่งทั้ง 3 เป้าหมายเป็นคนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีทั้งหมด ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบอีกครั้ง จากนี้ตำรวจจะเตรียมขอหมายค้นเป้าหมายผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนลักษณะใกล้เคียงกับที่คนร้ายใช้นั้น

จากการตรวจสอบที่มีคนใช้ปืนลักษณะนี้ในจังหวัดลพบุรี 300 กระบอก ตัดลงเหลือ 13 กระบอกแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบปืน 13 กระบอกนี้ โดยจะนำอาวุธปืนไปเทียบเคียงกับหัวกระสุนปืนที่ทางแพทย์ผ่าชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอีกครั้งเพื่อหาว่าอาวุธปืนกระบอกใดตรงกับที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อจะได้ทราบว่าคนร้ายคือใคร

นอกจากนี้ชุดคลี่คลายคดียังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวของหนึ่งในผู้เสียหายทิ้ง เนื่องจากมีพยานได้เข้าให้เบาะแสกับทางตำรวจ พร้อมระบุว่า พบเห็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ นำรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ดำ ที่มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายใช้ขับขี่หลบหนีนั้น มีการนำไปเก็บซ่อนไว้ในบ้านหลังหนึ่ง แต่ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่พบ

สำหรับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมก่อนเกิดเหตุนั้น พบว่า มีกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพชายต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นคนร้ายรายนี้ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ดำ แล้วไม่มีการปิดบังใบหน้าแต่อย่างใด มีเพียงสวมหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ แต่ภาพดังกล่าวเป็นกล้องที่บันทึกจากระยะไกล ทำให้เป็นอุปสรรคการทำงาน ก่อนคนร้ายจะหายไปจากกล้อง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวเพียงไม่นาน

ขณะที่หลังก่อเหตุเสร็จคนร้ายได้ใช้เส้นทางออกถนนบายพาส ต.โพตลาดแก้ว อ.เมือง จังหวัดลพบุรี ล่าสุดไปปรากฏที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีระยะทางจากจังหวัดเกิดเหตุไม่เกิน 150 กิโลเมตร ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้นั้น หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถขับได้เพียงแค่ในระยะดังกล่าวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นต้องมีการแวะเติมน้ำมันเพิ่ม ซึ่งเสี่ยงจะถูกพยานและวงจรปิดเห็นตัวได้

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มวัย 21 อุตริใช้ท่อเหล็กช่วยตัวเอง ติด 5 วัน สุดท้ายเน่าจนต้องตัดทิ้ง!
บทความถัดไปนานา ไรบีนา เลี้ยงลูกสมถะ ใช้ชีวิตติดดิน สุดเซี้ยว เล่นสไลเดอร์แช่โคลน ตัวดำปี๋