“อนุทิน” เผย ผู้ป่วยโคโรนาในไทยหาย 8 ราย ย้ำแพทย์พร้อมรับกลับ รอจีนอนุญาต กราบเท้า ขออย่าปั่นเฟกนิวส์ เตรียมประชุมด่วน ชงยกเลิก “Visa On Arrival” สยบข่าว นทท.จีนทะลักหลักล้าน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวมีคนไทยติดเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรนา จากประเทศญี่ปุ่น ว่า
มีที่ไหน เพราะคนที่จะสามารถตรวจแล็ปได้มีแต่เฉพาะภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชนยังไม่สามารถที่จะตรวจแล็ปได้ จึงอยากขอร้องให้ฟังการแถลงข่าวจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเป็นทางการเท่านั้นจะดีที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่อยู่ในสถานการณ์ และเป็นศูนย์บัญชาการป้องกันโรคในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารสุข ชี้แจงในสภาว่าจะสามารถรับคนไทยในอู่ฮั่น ประเทศจีน กลับมาได้ไม่เกินวันที่ 4 ก.พ.นี้ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศและนายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับว่าวันนี้ข่าวเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมากมาย
จึงขอร้องให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพราะเขามีหน้าที่ควบคุมโรคระบาดดังกล่าว ขอร้องอย่าไปถามคนอื่น เป็นไปได้ขอให้ถามถึงการรักษาคนไข้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมหากมีการขนย้ายคนไทยในอู่ฮั่น
เราได้เตรียมคณะแพทย์ พยาบาล เวชภัณฑ์ ยาต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ว่าแค่เรามีเครื่องบินก็จะนำกลับมาได้ทันที จะต้องมีทีมแพทย์ในการตรวจเช็กอาการ และสภาพของคนไทยแต่ละคนก่อนจะขึ้นเครื่องกลับมา
“เมืองอู่ฮั่นขณะนี้ถูกปิด การสัญจรไม่มีไฟล์ทเครื่องบินเข้า-ออก เราจึงต้องใช้ไฟล์ทพิเศษ จะต้องมีขั้นตอนการขออนุญาตเส้นทางการบิน ปัจจุบันยังไม่ได้รับการยืนยันวันที่จะเข้าไปรับคนไทยที่ชัดเจน จึงไม่รู้ว่ากระแสข่าวจะไปรับคนไทยวันที่ 4 ก.พ.มาจากไหน
แต่ยืนยันว่าจะเดินทางไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด ฝั่งไทยพร้อมแล้ว รอการไฟเขียวจากจีนเท่านั้น รัฐบาลเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วทั้งเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จะไปดูแลตามขั้นตอนการขนส่งผู้โดยสารจากเมืองที่มีสถานการณ์โรคระบาด ขณะนี้รอเพียงการประสานจากทางจีน ซึ่งทุกคนจะไม่เสียค่าโดยสาร เพราะเป็นการดูแลคนของเรา
และหากพบว่ามีคนป่วย คณะแพทย์ก็มีวิธีการแยกเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดในการเดินทาง ตอนนี้กลัวว่าข่าวออกมาแล้วจะเกิดความเข้าใจผิด ขอยืนยันอีกครั้งว่า คนไทยที่อยู่ในอู่ฮั่นยังไม่มีการรายงานใดๆ ว่ามีคนไทยคนไหนป่วย
จากการรายงานทราบว่าทุกคนได้รับการดูแลจากสถานทูตไทยและรัฐบาลจีนถึงตัวทุกคนทั้งหมด แต่การที่เราจะรับคนไทยชุดดังกล่าวกลับมานั้น ก็เพื่อต้องการให้เกิดความอุ่นใจ มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เพราะขณะนี้ทุกคนอยู่ในสภาพกดดันในสถานการณ์ทุกอย่างปิดหมด ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้
ดังนั้น ถ้าเราได้รับการอนุญาตจากทางการจีน ให้นำคนไทยกลับมา เราก็ยินดีและพร้อมจะนำกลับมาทันที แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า คนไทยในอู่ฮั่นไม่ใช่คนป่วย เดี๋ยวจะเกิดการเข้าใจผิด ขณะนี้ทุกคนมีสภาพร่างกายแข็งแรง”นายอนุทินกล่าว
รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงขั้นตอนต่างๆ หลังรับคนไทยกลับว่า เรื่องนี้ถ้าจะให้ทราบในรายละเอียดขอให้สอบถามทางทีมแพทย์ เบื้องต้นเท่าที่ทราบ ก่อนขึ้นเครื่องจะต้องตรวจเช็กสภาพร่างกายของทุกคน ถ้าใครมีไข้ก็จะต้องมาพิจารณา และตัดสินใจกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร และเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วก็จะต้องมีการการันตีตรวจเช็กสภาพกันอีกครั้ง อาจจะต้องถูกกัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคนแน่นอนว่าถ้ามีไข้ก็ต้องเข้าโรงพยาบาล
สำหรับคนไม่มีไข้ก็ต้องมีรายงานสภาพร่างกายทุกวัน โดยจะมีการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสารคัดหลั่งทุกวัน ซึ่งก็ต้องตรวจกันพิเศษสักหน่อย แต่คงยังไม่ถึงขั้นบางประเทศอย่างออสเตรเลียที่เตรียมพื้นที่เฉพาะไว้สำหรับบุคคลที่อาจจะติดเชื้อโรคดังกล่าว แต่ถ้าใครป่วยก็ต้องตรวจเช็กกันเป็นพิเศษ แต่ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีรายงานคนไทยที่อยู่ในอู่ฮั่นป่วย มีแต่คนจีนที่อยู่ในไทยที่ป่วย ซึ่งเราก็ให้การรักษาดูแลทุกคน
“วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 8 ราย จาก 14 ราย ที่ได้รับการรักษาจนหายหมดแล้ว ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรนา ตัวเลขอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ติดเชื้อมีเพียง 14 ราย และถ้ามองโลกในแง่ดีวันนี้ก็เหลือเพียง 6 ราย เพราะอีก 8 คนหายแล้ว” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแนวโน้มคนไทยจะติดเชื้อดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เป็นการติดเชื้อหรือเกี่ยวข้องกับเมืองอู่ฮั่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงขณะนี้ถ้าเราลิงก์เช็กประวัติเชื่อมโยงก็ยังเกี่ยวข้องกับอู่ฮั่นอยู่ หมายความว่ายังสามารถอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมของเรา ยังไม่มีรายใดที่ไปประเทศหรือพื้นที่อื่น หรือสัมผัสกับคนจีน แล้วมาบอกว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า วันนี้เรายังถือว่าภาวะโรคระบาดดังกล่าวมาจากอู่ฮั่น ไม่ได้มาจากประเทศอื่น
“ส่วนที่ระบุว่าญี่ปุ่นมีการติดเชื้อจากคนสู่คนนั้น ก็ไม่ทราบว่ามาอย่างไร เพราะในงานเลี้ยงรับรองคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาทางการแพทย์ และผู้ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลซึ่งทุกคนเป็นรุ่นใหญ่ ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ด้านการระบาดวิทยาและการแพทย์
ยืนยันว่าผู้ที่ติดเชื้อจะต้องมีการสัมผัสกับคนที่ลิงก์กับอู่ฮั่น และทุกคนชื่นชมและเชื่อมั่นทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย ชื่นชมวิธีการบริหารจัดการสถานการณ์โรคระบาด ว่าประเทศไทยทำได้ดีมากๆ ถือเป็นชั้นแนวหน้า
และการระบาดของโรคแบบนี้ ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนซึ่งไวรัสไปต่อได้ยาก และถ้าไวรัสมีอาการรุนแรงคนที่ติดเชื้อจะไปไหนไม่ได้ การระบาดก็จะน้อยลง แสดงว่าวันนี้ไวรัสดังกล่าวยังไม่รุนแรงมาก คนที่ติดเชื้อมายังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสุดท้ายเมื่อภูมิต้านทานเกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วรู้เรื่องเชื้อโรคดังกล่าว ก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น กลายเป็นโรคหวัดทั่วไปในที่สุด”รมว.สาธารณสุขกล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเรื่องจำนวนผู้ป่วยที่พบนั้น ไม่ใช่ประเด็นล้มเหลวหรือสำเร็จ การพบคนไข้จำนวนมาก ยิ่งเแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการตรวจรักษา เพราะนี่คือสถานการณ์โรคระบาด ยิ่งตรวจเข้มก็ยิ่งเจอ สิ่งสำคัญเราต้องเจอเพื่อนำมารับการรักษา และพยายามนับเครือญาติให้ได้ทั้งหมด ว่ามีใครใกล้ชิด หรือสัมผัสบ้าง เดินทางไปไหนพื้นที่ใดบ้าง
วันนี้จบที่คำว่าอู่ฮั่น และถ้ายังอยู่ในสมการของโลกก็ยังถือว่าทุกอย่างเราสามารถควบคุมได้ การรักษาเราทำตามสภาพของอาการ และถ้าคนป่วยมีอาการที่ดีขึ้น ร่างกายก็จะผลิตภูมิต้านทานออกมา และหายทุกรายจึ งยังไม่ต้องห่วงเรื่องการพัฒนาของเชื้อโรค
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสงสัยที่ไทยยังไม่สามารถนำคนไทยในอู่ฮั่นกลับมาได้ ทั้งที่ประเทศอื่นนำกลับมาได้แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไทยมีแผนเตรียมไว้อยู่แล้วในทุกระดับ แต่อย่าลืมว่าการบินข้ามประเทศจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของประเทศน่านฟ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตเมื่อไหร่เราก็พร้อมรับกลับทันที คณะแพทย์ที่เตรียมไปรับคนไทยก็พร้อมหมดแล้ว ขณะนี้การดูแลคนไทยในอู่ฮั่น ทุกอย่างเรียบร้อยดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน และขณะนี้เข้ารับการรักษาในห้องแยกโรคเรียบร้อยแล้วนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องรายละเอียดขอให้การข่าวมาจากศูนย์ข่าวเดียวกัน เพราะคนนั้นให้ข่าวทีคนนู้นให้ข่าวก็เริ่มมีการผิดเพี้ยนบ้าง จริงบ้าง จะทำให้ผู้คนตื่นตระหนก
ทั้งนี้ ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานอำนวยการ ในเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มกราคม ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมจะเสนอมาตรการต่างๆ
รวมถึงการเสนอให้ยกเลิกการออกวีซ่าให้คนจีน ที่ขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในประเทศไทย หรือ วีซ่าออนอาร์ไรวัล (Visa on Arrival) เพราะจากสถานการณ์จะให้ดีที่สุด ต้องทำให้คนจีนเข้ามาประเทศไทยให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดความสบายใจของคนไทย
ซึ่งเราก็ไม่สามารถจะไปยกเลิกวีซ่าที่ออกโดยสถานทูตจีนได้ แต่จะต้องกำหนดมาตรการ เช่น มีใบรับรองแพทย์มาแสดง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความสบายใจของพี่น้องคนไทย ความปลอดภัยในด้านสุขภาพของคนไทยต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ความมั่นใจ ไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่า
นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ทางจีนได้พยายามขอร้องให้นักท่องเที่ยวของเขาเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินมาเมืองไทย โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยมากที่สุด แต่ไม่ถึง 2 ล้านคนอย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงหลักหมื่นเท่านั้น รวมถึงตอนนี้ก็ไม่มีทัวร์มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตนได้ไปตรวจที่สนามบินเชียงใหม่ พบว่าไฟล์ทบินปกติก่อนเกิดสถานการณ์ มีคนจีนเข้ามา 200 คนต่อไฟล์ท ตอนนี้เหลือเพียงเที่ยวบินละ 20 คน หรือหายไปมากกว่า 80 %
ดังนั้น ภาพรวมนักท่องเที่ยวลดลง เช่นเดียวกับที่สนามบินสุวรรณภูมิที่มีการแยกหลุมจอดทุกไฟล์ทการบินจีนที่ต้องเข้าจอดหลุมจอดพิเศษ ซึ่งขั้นตอนการควบคุมโรคนั้น เราเข้มเต็มที่ ขณะที่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็มาช่วยคัดกรองให้อีกด่าน เรื่องของควบคุมสถานการณ์ไม่กลัว กลัวแต่ไวไฟ
เมื่อถามอีกว่าเรื่องของเฟกนิวส์ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเอาผิดผู้ปล่อยข่าวอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ใช่เวลาจะมาเอาผิดเอาถูก แต่ต้องชี้แจงให้มากที่สุด อยากให้ไปกราบเท้าทุกคนก็ได้ที่เล่นเฟกนิวส์ อย่าทำเลย เอาไว้สถานการณ์ปกติ จะเล่น จะว่า จะแซวกัน ก็ค่อยให้ถึงเวลานั้น ตอนนี้ขอให้เป็นเวลาทุกคนต้องร่วมกันให้เกิดความสงบ ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุด”