จับ 3 พ่อแม่ลูกสิบแปดมงกุฎ เลียนแบบกลวิธี หลุยส์ตาเทพ ตุ๋นเงินประชาชน ตร.กองปราบปราม ตามแกะรอยจนเจอ บุกจับคาห้องเช่าย่านปทุมธานี

หลุยส์ตาเทพ / เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายชัยบูรณ์ โคตะมา อายุ 51 ปี สามี นางกมลชนกสรณ์ กางทอง อายุ 48 ปี ภรรยา น.ส.กัณฑ์ภิดา กางทอง อายุ 29 ปี ลูกสาว ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสกลนคร ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเป็นมิจฉาชีพทำการตั้งกลุ่ม “คณะปฏิรูปยุทธศาสตร์แห่งราชอาณาจักรไทสยาม” ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนมาเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกองค์กร ก่อนเตรียมเรี่ยไรระดมเงินทุนจากสมาชิกเหล่านี้ โดยอ้างว่านำเงินไปช่วยเหลือเกี่ยวกับงานการกุศลต่างๆ และในอนาคตกลุ่มดังกล่าวจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กลับสมาชิกเดือนละ 15,000-2,000,000 บาท ต่อสมาชิกตามลำดับตำแหน่ง

ซึ่งกลุ่มดังกล่าวกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนก.พ.นี้ ทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เห็นว่าเป็นรูปแบบและพฤติกาณ์ของกลุ่มดังกล่าว เข้าข่ายคล้ายกับการหลอกลวงประชาชน เพราะไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลหรือควบคุม ไม่ทราบที่มาของเงินทุนสนับสนุน รวมถึงสมาชิกส่วนใหญ่ไม่เคยพบหรือรู้จักกับแกนนำผู้ก่อตั้งแต่อย่างใด มีเพียงแค่การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ และแอพพลิเคชั่นไลน์ ในชื่อไอดีว่า “ดี” และ “คุณแผ่นดิน” จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.ลงพื้นที่ตรวจสอบ

พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวคือ นายกำจรเกียรติ (สงวนนามสกุล) ลูกศิษย์ของน้าหลุยส์ตาเทพ ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงที่เคยถูกทางกองปราบจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ และนายยุทธยา (สงวนนามสกุล) อดีตเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองทัพบก จึงแกะรอยสืบหาเบาะแสจนทราบว่าทั้ง 2 คนนั้นซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

จึงนำกำลังเข้าไปทำการตรวจสอบจนพบบุคคลทั้ง 2 พร้อมกับผู้ต้องหา 3 รายนี้ คือนายชัยบูรณ์ นางกมลชนกสรณ์ และน.ส.กัณฑ์ภิดา พักอาศัยรวมอยู่ในห้องเดียวกันอีกด้วย จึงนำตัวมาซักถามจนทั้งหมดยอมรับว่า ได้วางแผนที่จะกระทำความผิดจริง โดยใช้รูปแบบวิธีการเดียวกันกับน้าหลุยส์ตาเทพ มิจฉาชีพต้มตุ๋นหลอกลวงที่ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายแสดงตัวหรือแจ้งความเอาผิดกับทั้ง 5 คนนี้ จึงทำให้ยังไม่สามารถเอาผิดกับบุคคลทั้ง 5 คนนี้ในความผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สามารถดำเนินคดีในส่วนนี้ได้ แต่จากการตรวจสอบประวัติบุคคลทั้ง 5 รายนี้ พบว่านายชัยบูรณ์ นางกมลชนกสรณ์ และน.ส.กัณฑ์ภิดา ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ มีหมายจับในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ในพื้นที่สภ.สว่าง จ.สกลนคร ติดตัวอยู่ จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีค้างเก่าแทน

พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่สามารถเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหาได้ แต่ดเวยเพราะพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงต้องหยุดไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน จากนี้จะสืบสวนต่อว่าผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มดังกล่าวในแต่ละระดับได้กระทำความผิดใดบ้าง และหากประชาชนได้รับความเสียหายจากจากการกระทำในลักษณะนี้ ให้มาแจ้งความได้ที่กองบังคับการปราบปราบทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน