เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำนาจ หรือ นาจ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พร้อมลูกชาย ได้เดินทางมาให้ปากคำกับ พ.ต.ท.วิระ งามเลิศ รองผกก.(สอบสวน) สน.คันนายาว หลังจากให้ปากคำสำนักพนักงานอัยการนนทรีเขต 5 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

 
นายอำนาจ กล่าวว่า ตนได้อาศัยอยู่ บ้านเอื้ออาทรปัญญามาแล้วกว่า 8 ปี ส่วนลูกชายเพิ่งย้ายมาเมื่อช่วงเดือน ม.ค 59 ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าหน้าฝากยายเป็นคนเลี้ยงดู ทั้งนี้ ในส่วนของนายนัฏฐา ที่เป็นคู่กรณี ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากนั้นเจอกันก็แค่ทักทายตามภาษาเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่ได้มีเรื่องเครียดอะไรและก็ไม่ได้ดื่มสุรา เพียงแค่ตอนนั้นเดินไปซื้อกับข้าวมาให้ลูกกินและเพิ่งถึงห้อง ที่ทำไปนั้นเพราะเพียงแค่รักลูกชายที่โดนแกล้งอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากลูกชายมาเหล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง หากย้อนเวลาได้ตนอยากจะกลับไปแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเมื่อคืนตนและลูกชายได้ไปนอนที่ปัมน้ำมันละแวกบ้านเพราะกลัวหลายๆอย่างในตอนนั้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครมาคุกคามแต่อย่างใด หลังจากนี้ ตนก็จะปล่อยให้ลูกชายเล่นปกติและถ้าเห็นลูกชายร้องไห้ก็จะพยายามดูแลให้ดี

 
พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้ายตามมาตรา 296 ซึ่งมีอัตรโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาทกับนายอำนาจ ในส่วนของการแจ้งความกลับของนายอำนาจ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะได้เนื่องจากคู่กรณียังเป็นเด็กอยู่ ตามมาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี การกระทำอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ จะนำเด็กทั้ง 2 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง และเมื่อทราบผลการตรวจทางพนักงานสอบจะต้องนำมาพิจารณาว่าจะเข้าข่ายข้อหาใด

s__9429089

 

หากผลออกมาว่าต้องรักษาอาการบาดเจ็บมากกว่า 20 วันก็จะต้องแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะ สำหรับคดีนี้จะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดีที่นายอำนาจทำร้ายร่างกาย ด.ช.แมน จนได้รับบาดเจ็บ อีกคดีจะเป็นในส่วนของการทำร้ายร่างกายระหว่างเด็กทั้งสองคน ซึ่งตามกฎหมาย หากเด็กอายุไม่เกิน 10 ปีแม้จะมีการกระทำผิดจริงก็ไม่ต้องรับโทษ แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเช่นกัน หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาแล้วก็จะปล่อยตัวนายอำนาจชั่วคราวเนื่องจากนายอำนาจไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และจะมีการนัดหมายให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

 

นายณัฏฐา กล่าวว่า ตนให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ไม่มีอะไรจะพูดเนื่องจากได้พูดไม่ออกมันตื้นตันใจ อยากจะฝากให้เป็นอุทาหรณ์และขอให้เกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเป็นครั้งสุดท้าย ลูกใครใครก็รัก ผมก็รักลูกของผม ซึ่งตนขออโหสิกรรมทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายว่า หลังจากมีการขอจากสื่อมวลชน ว่าให้นายณัฏฐา จับมือคืนดี กับนายอำนาจ เพื่อให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่นายณัฏฐา ไม่ขอจับมือกับนายอำนาจผู้ที่ลงมือกระทำลูกของตน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน