ทำบุญรำลึก 7 ปีสลายม็อบราชประสงค์ ‘แม่น้องเกด’ จี้รัฐบาลเร่งคืนความยุติธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่ศาลา 84 พรรษา วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น.ส.กมลเกด อัคฮาด หรือน้องเกด อาสาพยาบาล 1 ใน 6 ศพที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ภายในวัดปทุมวนารามฯ

ซึ่งศาลไต่สวนการตายแล้วมีคำสั่งระบุว่าผู้ตายทั้ง 6 ศพ เสียชีวิตมาจากกระสุนจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมครอบครัวและกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม จัดทำบุญรำลึกครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป โดยมี นายอีโว ซีเบอร์ เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำประเทศไทย นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำนปช. เข้าร่วมงาน

นางพะเยาว์ กล่าวว่า เราทำบุญรำลึกตามประเพณีให้กับผู้เสียชีวิต และให้สังคมได้รู้ว่าวันนี้ผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เราต้องพูดถึงด้วยว่าขณะนี้กระบวนการยุติธรรมนั้นหยุดนิ่ง ผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับความยุติธรรมเลย

เราจึงจำเป็นต้องออกมาเรียกร้องให้พวกเขา ซึ่งตั้งแต่มีการยึดอำนาจกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างมันนิ่งไปหมดเลย รัฐบาลพูดถึงเรื่องปรองดองและอยากให้ญาติยอมรับ ให้อภัยในเรื่องที่เกิดขึ้น จึงอยากถามกลับว่าก่อนที่จะให้เราให้อภัย ให้เราลืม รัฐบาลเคยมาขอโทษเราหรือยัง เคยสำนักแล้วหรือยัง อีกทั้งกระบวนการยุติธรรมยังไม่มาถึงเรา แล้วมันจะปรองดองกันได้อย่างไร แต่ถ้ามีความยุติธรรมเกิดขึ้น ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

“รัฐบาลนี้พยายามซุกเรื่องนี้ไว้ให้เงียบที่สุดและซุกทุกอย่างไว้ใต้พรม ซึ่งมันไม่ใช่และเราจะไม่ยอม อีกทั้งตั้งแต่ปี 2553 ยังไม่มีคำขอโทษจากปากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งรัฐบาล นักการเมือง และ ทหาร แล้วเราจะให้อภัยเขาได้อย่างไร ถ้าเขายังไม่สำนึก และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะยังทวงถามความยุติธรรมอีกแน่นอน จะไม่ยอมให้เรื่องเงียบ และจะยังสู้เหมือนเดิม” แม่น้องเกด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารนอกเครื่องแบบจำนวน 10 นาย มาเฝ้าสังเกตการณ์ ถ่ายภาพพิธีและผู้มาร่วมภายในงาน พร้อมเฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกศาลา รวมถึงยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบอยู่ด้านนอกวัดปทุมฯ และทางเชื่อมรถไฟฟ้าสกายวอล์กจำนวนหนึ่ง เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายหรือการแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง