ตร.เข้มรับมือ โควิด ให้ตชด.แต่ละจังหวัดรับผู้ป่วย เตรียมบ้านพักตากอากาศกักตัว ฝากถึงคนกลับจากประเทศเสี่ยง รับผิดชอบต่อสังคมกักตัวเอง 14 วัน
โควิด / เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ (พตร.) พร้อม พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 พล.ต.ต.สุรชัย เจ็ดพี่น้องร่วมใจ ผบก.กองสวัสดิการ ตร. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงมาตรการรับมือโควิด-19 ของหน่วยร่วมปฏิบัติ อาทิ รพ.ตำรวจ สตม. กองบังคับการสวัสดิการ กองสารนิเทศ และชี้แจงให้ประชาชนทราบเพื่อได้เห็นการทำงานทุกมิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เริ่มกระบวนการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านด่านทางบก เรือ อากาศ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, รพ.ตำรวจ, และการกักตัวเอง 14 วัน
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า การเข้าเมืองแต่ละด่านทางบกทางเรือเราต้องคุมเข้ม เหมือนกับที่เข้ามาทางดอนเมืองและทางสุวรรณภูมิ เมื่อคุณเข้ามาถึงเมืองไทยอาจจะเป็นไข้ การทำงาน ของรพ.ตำรวจ ก็มีมาตรการในการช่วยมีการกักตัว เพื่อไม่ให้เชื้อได้แพร่กระจาย
พล.ต.ท.วิฑูรย์ เปิดเผยว่า ทางรพ.ตำรวจมีหน้าที่หลักในการคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงออกจากคนปกติ เพื่อไม่ให้แพร่กระจายโรคไปมากกว่านี้ โดยจะคัดกรองทุกตึกที่คนไข้เดินทางเข้า ตั้งแต่การวัดไข้และซักประวัติว่า เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ หากพบว่ามีไข้และเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะแจกหน้ากากอนามัย และแยกตัวเข้าสู่ห้องแยกโรคเพื่อเก็บเสมหะไปตรวจว่ามีเชื้อหรือไม่ หากพบเชื้อโควิด-19 ก็จะแยกตัวไปยังห้องความดันลบ เพื่อรักษา
ที่ผ่านมาโรงพยาบาลตำรวจ มีกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามารับการตรวจโรคโควิด-19 จำนวน 31 คน พบว่า มีเพียง 1 คน เป็นชาวจีนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น เบื้องต้นได้รับการรักษาจนหาย และสามารถกลับบ้านได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ ก็สามารถควบคุมกลุ่มคนเสี่ยงที่เดินทางเข้ามาได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หรือคนไทยที่ไปเป็นแรงงานเถื่อนกลับมา
แต่ทั้งนี้การดำเนินการตรวจสอบอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ของรพ.ตำรวจ ณ ปัจจุบันยังไม่มีใครติดโรคโควิด-19 ถือว่าการคัดกรองของ รพ.ตำรวจ ยังสามารถควบคุมได้อยู่ แต่ก็วางแผนในอนาคตหากการระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 จะต้องแยกตึก ซึ่งไม่เชื่อมต่อกับอาคารใด มีการควบคุมการเข้าออก รวมถึงระบบป้องกันการกระจายของโรคโควิด-19
ด้าน พล.ต.ต.สรุชัย เปิดเผยว่า เรามีบ้านพักที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หากมีเจ้าหน้าที่ของเราเป็นกลุ่มเสี่ยง เราพร้อมตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยกองสวัสดิการสำนักงานกำลังพล อ.บางละมุง มีอาคาร 3 ชั้น 80 ห้อง เตรียมการไว้รองรับกรณีมีกลุ่มเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสามารถปรับเปลี่ยนไปรองรับประชาชนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีภารกิจหลักในการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เป็นเขตโรคติดต่ออันตรายตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา 4 ประเทศ คือ จีน เกาหลี อิตาลี และอิหร่าน ซึ่งมีทั้งมาตรการป้องกันตั้งแต่การตรวจสอบที่นั่งบนเครื่องบิน จัดกลุ่มที่นั่งสำหรับคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
ทั้งนี้ คนที่เดินทางเข้าประเทศมามี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือโอเวอร์สเตย์ หรือผีน้อย ต้องเข้าสู่กระบวนการซักประวัติ และหากพบว่าไม่มีอาการป่วยไข้ ก็จะปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา แต่จะติดตามต่ออีกเป็นเวลา 14 วัน กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มอื่นๆ ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและคนไทย โดยคุมเข้มชาวต่างชาติให้กรอกข้อมูลที่พักโดยละเอียด พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
“หากคนที่เดินทางเข้ามาแล้วมีไข้ หรือมีอาการต้องสงสัยภายหลังเดินทางเข้ามาแล้ว ก็จะมีการติดตามไปตรวจสอบ ทั้งบุคคลใกล้ชิด และคนที่นั่งใกล้กับผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ 2 แถวหน้า-หลัง เพื่อไปตามตัวมาตรวจสอบ รวมถึงตามด่านตรวจ ก็จะมีมาตรการรองรับทั้งเตรียมหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และถุงมือ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรค มีการเช็ดอุปกรณ์เครื่องมือทุก 10 นาที
ฝากไปถึงประชาชน ผู้ประกอบการสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม ให้ช่วยเฝ้าระวังสอดส่องด้วย หน้าที่เราจะเป็นหน่วยสนับสนุนและถ้าผู้โดยสาร ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงทางสายการบินก็จะคัดกรองมาอยู่แล้ว จัดพื้นที่เฉพาะให้และเมื่อลงมา เราก็จะคัดกรองอีกชั้นหนึ่ง ถ้ามีอุณหภูมิสูงก็ต้องกักตัวเอาไว้ เฝ้าดูอาการ และจะบันทึกข้อมูล” พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเตรียมมาตรการและสถานที่รองรับเพิ่มเติม คือกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนในแต่ละจังหวัด ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 หากมีความจำเป็น
“ฝากไปถึงผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ว่าขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เพราะเชื่อว่าคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็รู้ตัวอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าประเทศ จะยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในให้บุคคลที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงกักตัวเอง แต่เชื่อว่ามาตรการทางสังคมอาจจะทำให้บุคคลกลุ่มนี้มีความรับผิดชอบมากขึ้น” รองโฆษก ตร. กล่าว
ขณะเดียวกันที่ผ่านมา การจับกุมผู้ที่ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา โดยขณะนี้มีการจับกุมไปแล้วกว่า 50 ราย ส่วนใหญ่พบว่าจำหน่ายเกินราคา ซึ่งยังมีการสืบสวนและจับกุมอยู่เรื่อยๆ โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน ซึ่งในการจับกุมยังรวมไปถึงผู้ที่กักตุนสินค้าและปล่อยขายในเฟซบุ๊ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมีการแถลงข่าวมีเจ้าหน้าที่พยาบาลจากรพ.ตำรวจ นำแอลกอฮอล์มาล้างมือ และนำเครื่องวัดอุณหภูมิ มาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายกับผู้ร่วมแถลงข่าว สื่อมวลชนด้วย



