เวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านบ้านสักง่า หมู่ที่ 2 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า แต่ไม่สามารถนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านได้ เนื่องจากถนนกลายเป็นดินโคลน จึงจำเป็นต้องนำศพไปประกอบพิธีที่บ้านญาติ เลขที่ 227 หมู่ 8 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปอีกกว่า 30 กิโลเมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบ

201610071121492-20050615160100

พบนายศักดิ์สิทธิ์ ศิริ อายุ 47 ปี บุตรชายของผู้ตาย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ผู้เสียชีวิต ชื่อ นายใส ศิริ อายุ 69 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งในช่องปาก และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ตนไม่สามารถนำศพของพ่อไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านได้ เนื่องจากทางเข้าหมู่บ้านระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร กลายเป็นดินโคลน รถไม่สามารถเข้าไปได้ อีกทั้งเป็นการลำบากมาก หากจัดงานศพที่บ้านเพราะจะต้องรับ-ส่งพระสงฆ์ที่อยู่อีกหมู่บ้าน จึงทำให้เกิดความลำบากมาก อีกทั้งหากจัดงานศพที่บ้าน หากมีฝนตกลงมา ก็จะทำให้ผู้ที่มาร่วมงานศพออกจากหมู่บ้านไม่ได้เลย

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า หมู่บ้านที่ตนเองอยู่ตั้งหลักปักฐานมาตั้งแต่สมัยปู่ย่ากว่า 200 ปีแล้ว มีอยู่ประมาณ 50 ครัวเรือน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หมู่บ้านแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ธรรมดาแทบจะไม่สามารถขับผ่านได้เลย เพราะถนนเป็นโคลนลึก ผ่านได้แต่เพียงรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถไถเท่านั้น ช่วงไหนที่พอจะออกมาได้ ชาวบ้านก็จะออกมาซื้ออาหารกักตุนไว้ในคราวจำเป็นที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ เป็นเช่นนี้มานานแล้ว

เมื่อเดือนที่แล้วก็มีคนในหมู่บ้านมาเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และก็ไม่สามารถนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเช่นเดียวกับพ่อของตนเอง นอกจากนั้นขณะนี้ยังมีหญิงในหมู่บ้านที่ตั้งครรภ์กว่า 6 เดือนแล้วมีอาการป่วย แต่ไม่สามารถออกมาหาหมอได้ เนื่องจากเกรงว่าหากได้รับการกระทบกระเทือนจากการเดินทาง อาจจะเป็นอันตรายแก่ลูกในท้องได้

เคยร้องขอไปยังหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแล บางหน่วยงานก็อ้างว่าอยู่ในเขตป่าไม่สามารถทำถนนได้ ซึ่งจริงๆ แล้วหมู่บ้านของพวกตนอาศัยกันมากว่า 200 ปี ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นพื้นที่ป่าด้วยซ้ำ ซึ่งหากทำเป็นถนนลาดยางไม่ได้ ก็ขอให้เพียงปรับปรุงหรือทำให้สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ตลอดทุกฤดูกาล

นายศักดิ์สิทธิ์ เล่าต่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถนำศพพ่อกลับไปทำพิธีและเผาในหมู่บ้านได้ อีกทั้งพ่อก็เกิดที่หมู่บ้านของเรา หวังว่าเมื่อตายก็จะได้เผาในหมู่บ้านตามความเชื่อและความผูกพันของคนที่รักถิ่นฐานบ้านเกิด ดังนั้นตนจึงขอวิงวอนผู้ที่มีอำนาจช่วยเหลือด้วย และหวังว่าศพของพ่อตนเองจะเป็นศพสุดท้ายที่ไม่สามารถนำกลับไปเผาในหมู่บ้านได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน