สตม.แถลงจับ 5 คดีรวบมือสังหารรัสเซียรับจ้างฆ่า โจรปล้นทรัพย์ นักโทษแหกคุกทำร้ายผู้คุม แก๊งมาเฟียฮั้วประมูล แก๊งปลอมเงินยูโรชาวเยอรมัน หนีคดีกบดานในไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. และพ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.สส.สตม. พร้อมด้วยวลาดิเมียร์ โซร์นอฟ ทูตตำรวจรัสเซีย และเยอรมันประจำประเทศไทย ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ ที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมาย, บุคคลตามหมายจับตำรวจสากลและบุคคลในคดีสำคัญที่ทางการต่างประเทศต้องการตัวเป็นอย่างมากได้หลายราย

โดยทางด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร เปิดเผยว่า ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ที่หนีมาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย เข้ามากระทำผิดกฎหมายหรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทางสตม.ให้หน่วยงานในสังกัด สืบสวนหาข่าว และประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ สนธิกำลังกวาดล้างคนต่างชาติผิดกฎหมาย พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับทูตตำรวจของต่างประเทศและตำรวจสากลอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก มีรายสำคัญดังต่อไปนี้

คดีแรกเป็นคดีที่สำคัญทาง ฝ่ายสืบสวน สตม.ร่วมกันควบคุมตัวนายอังเดร เดอยาก๊อฟสกี้ อายุ 35 ปี สัญชาติรัสเซีย ตามหมายจับตำรวจสากล (Interpol Red Notice) ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย” คดีนี้สตม.ประสานงานกับทางการรัสเซีย เพื่อติดตามตัวมือสังหารชาวรัสเซีย ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ รับจ้างฆ่าบุคคลสำคัญและนักธุรกิจรัสเซียหลายราย โดยยิงถล่มเป้าหมายด้วยอาวุธสงคราม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และนายอังเดรเป็นผู้ต้องหาที่ทางการรัสเซียต้องการตัวมากที่สุด หลังก่อเหตุนายอังเดรหลบหนีออกนอกประเทศ

โดยหน่วยข่าวกรองของทางการรัสเซียได้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ขอให้ทางการไทยช่วยติดตามตัว เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย อาจเป็นภัยกับประชาชนทั่วไป ผบช.สตม.
จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามล่าตัว จากการสืบสวนพบข้อมูลการเดินทาง เข้า-ออกประเทศไทย จำนวน 7 ครั้ง เข้ามาครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2560 ได้รับอนุญาตถึงวันที่ 17 ก.ค.2560 หลังจากเข้ามาหลบหนีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตามล่าตัวอย่างหนัก นายอังเดรเริ่มไหวตัว จึงหนีไปหลบซ่อนตัวในจังหวัดร้อยเอ็ด ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 เวลา 19.00 น. สามารถควบตัวนายอังเดรได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จากการซักถามนายอังเดรยอมรับว่าตนหลบหนีคดีมาจากรัสเซียจริง ทางสตม.จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคมฯ

คดีที่สอง ฝ่ายสืบสวน สตม.ร่วมกันทำการจับกุมนายเอกินี่ โคโรวิน อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ตามหมายจับตำรวจสากล (Interpol Red Notice) ในข้อหา กล่าวหา “ปล้นทรัพย์ โดยใช้อาวุธปืน บุกรุกเคหสถาน” พฤติการณ์ในคดีนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2556 นายเอกินี่ พร้อมพวกบุกเข้าไปอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ก่อเหตุปิดอพาร์ทเมนต์ปล้นคนที่อาศัยในอาคารพร้อมทั้งทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืน ได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากถึง 5.4 ล้าน รูเบิล หรือประมาณ 3.25 ล้านบาท

หลังก่อเหตุนายเอกินี่หลบหนีออกนอกประเทศ และพบข้อมูลว่าได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย สตม.ได้ประสานงานกับทางการรัสเซีย เพื่อติดตามตัวนายเอกินี่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ จนกระทั่งชุดสืบสวนสามารถติดตามตัวนายเอกินี่ได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จากข้อมูลเดินทางเข้า-ออก พบว่าปัจจุบันนายเอกินี่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ถึง 1,200 วัน จึงได้ดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

คดีที่สาม ฝ่ายสืบสวน สตม.ร่วมกันทำการควบคุมตัวนายดีมมิทรี ซากูลาตอฟ อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย บุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัวในความผิดฐาน “ทำร้ายเจ้าพนักงาน (ผู้คุม) และหลบหนีที่คุมขัง” คดีนี้ สตม.ได้รับประสานงานจากทางการรัสเซียให้ช่วยติดตามตัวนายดิมมิทรี ซึ่งหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 เวลา 23.30 น. ชุดสืบสวนสามารถติดตามตัวนายดีมมิทรีได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ สตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 (มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม) และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่สี่ ฝ่ายสืบสวน สตม.ร่วมกันทำการจับกุมนายอนาโตลี ซาโมดอฟ อายุ 56 ปี สัญชาติรัสเซีย บุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัวในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจพฤติการณ์ในคดีนี้ นายอนาโตลี ซาโมดอฟ เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย ร่วมกับสมาชิกในขบวนการตั้งตัวเป็นกลุ่มอิทธิพล ฮั้วประมูลงานของภาครัฐ โดยใช้วิธีการข่มขู่ คุกคาม ผู้เข้าร่วมประมูลงานรายอื่นๆ ให้เกิดความหวาดกลัว จนต้องถอนตัวไป เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ภายหลังตำรวจรัสเซียได้กวาดล้างจับกุมสมาชิกในแก๊งทั้งหมด 6 คน โดยศาลอาญาสูงสุดของประเทศรัสเซียสั่งพิพากษาผู้ร่วมขบวนการทั้ง 6 คน ให้รับโทษจำคุกจำนวน คนละ 10 ปี แต่นายอนาโตลีฯ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศอิตาลี และต่อมาได้หนีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย

คดีนี้ สตม.ได้รับการประสานจากทางการรัสเซียเพื่อติดตามตัวชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว จนกระทั่งได้ข้อมูลว่านายอนาโตลีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2555 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว หลังจากเข้ามาได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งในพัทยา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2560 เวลา 12.30 น. ชุดสืบสวนสามารถติดตามตัวได้ที่ พาราไดซ์คอนโดมิเนียม ซ.จอมเทียน 14 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากข้อมูลเดินทางเข้า-ออก พบว่าปัจจุบันนายอนาโตลีอยู่เกินกำหนดอนุญาต ถึง 1,424 วัน จึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

คดีที่ห้า ฝ่ายสืบสวน สตม.ได้ร่วมกันจับกุมนายมอรีช เฮิคเคลมันน์ สัญชาติ เยอรมัน อายุ 25 ปี บุคคลที่ทางการเยอรมันต้องการตัว ในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ “ร่วมกันปลอมแปลงเงินตรา (เงินสกุลยูโร)” พฤติการณ์ นายมอรีซเป็นหัวหน้าแก๊งปลอมเงินสกุลยูโร ร่วมกับสมาชิกในแก๊งก่อเหตุกว่า 260 ครั้ง ในหลายพื้นที่ มีผู้เสียหายจำนวนมาก หลังเจ้าหน้าที่บุกทลายแก๊ง นายมอรีชหัวหน้าแก๊งได้หลบหนีออกนอกประเทศ และได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

คดีนี้สตม.ได้รับการประสานงานจากทางการสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อติดตามตัวนายมอรีช กลับไปดำเนินคดี ผบช.สตม.สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตาม จนทราบว่านายมอรีชหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2560 เวลา 22.00 น. ชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวนายมอริชได้ที่ ริมถนนปากซอยประชาอุทิศ 129 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จากข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก พบว่านายมอรีชเดินทางมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2559 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 22 ก.ค.2559 ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดอนุญาต ถึง 2,449 วัน จึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

ทางพล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สตม.ระดมกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยเอ็กซเรย์พื้นที่ในความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชน ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน