โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ซึ่งกำกับดูแลเขื่อนพระรามหก ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขึ้นธงแดงแสดงสัญลักษณ์ วิกฤติโดยทางเขื่อนมีการระบายน้ำในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 ปริมาณ 580 ลบ.ม/วินาที และคงระบายน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 ในอัตรา 606 ลบ.ม/วินาที
วันนี้ 8 ต.ค. นายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงขอประกาศให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำป่าสักเตรียมความพร้อม และตรวจสอบทรัพย์สินให้ขนย้ายของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยและจะรายงานสถานการณ์การระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 ให้รับทราบเป็นระยะ โดยชาวบ้านที่อยู่ตำบลท่าหลวงและใกล้เคียงอำเภอท่าเรือทราบว่าเขื่อนพระราหกปักธงแดงหน้าเขื่อนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงระดับน้ำของเขื่อนพระราหกมีการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนขึ้นอีกเป็นอัตราสูงขึ้นทำให้ชาวบ้านเดินทางมาที่บริเวณเขื่อนพระรามหกเพื่อมาสอบถามและดูปริมาณน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเป็นจำนวนมากส่วนบริเวณหน้าตลาดอ.ท่าเรือ ระดับน้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียง 30 เซนติเมตรจะล้นเข้าท่วมถนนหน้าเทศบาลฯ ทำให้ประชาชนต่างก็วิตกกังวลกลัวว่าน้ำจะเพิ่มมากขึ้นในคืนนี้ และจะมีแนวโน้มว่าน้ำจะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอีกหลายพื้นที่เพิ่มเติม
ด้านนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ทำให้มีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ กว่า 2 หมื่นครัวเรือน รวมถึง ศาสนาสถาน สถานที่ราชการ วัด มัสยิด โรงเรียน และสถานีอนามัย ซึ่งจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว
ด้านนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำอยู่ที่ 1998 ลบ.ม/วินาที ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำได้ลดลงไปแล้วรอบหนึ่ง ขณะนั้นระบายอยู่ที่ 1747 ลบ.ม/วินาที ตอนนี้ระบายเพิ่ม มาเท่าเดิมคือ 1998 ลบ.ม/วินาที ทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นมาเท่ากับระดับเดิมที่ลดลงไปอีก 1.50 เมตร ส่วนเขื่อนพระราม 6 ระบายเพิ่มขึ้นจากที่ระบายอยู่ที่ 594.88 ลบ.ม./วินาที เป็น 606 ลบ.ม/วินาที แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่จะทำให้น้ำท่วมตลาดเทศบาลตำบลท่าเรือ แต่ถ้าเขื่อนพระราม 6 ระบายเพิ่มขึ้นเกิน 700 ลบ.ม/วินาที น้ำจะเข้าท่วมตลาดเทศบาลตำบลท่าเรือทันที
ส่วนที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งวัดอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่าน้ำได้ล้นตลิ่งและซึมรอดใต้ฐานเขื่อนป้องกันน้ำท่วมชั้นที่ 1 ของทางวัด และได้เข้าไปในสนามหน้าวัด โดยระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และน้ำไหลเข้ามาถึงแนวป้องกันชั้นที่ 2 เป็นปูนกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร ยาวเกือบ 400 เมตร ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันพระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ทั้งหมดไว้ได้ ถือเป็นส่วนสำคัญของวัดที่น้ำยังไม่ท่วม
พระราชธานินทราจารย์ (สุชาติ ฐานิสฺสโร) เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร กล่าวว่า น้ำท่วมปีนี้วัดไม่ได้ป้องกันน้ำจากเจ้าพระยาบริเวณแนวเขื่อนชั้นที่ 1 เพราะกระแสน้ำไหลแรงมาก จึงเปลี่ยนมาป้องกันแนวที่ 2 แทน ด้านหน้าติดศาสน