ศบค. ยังไม่ปลดล็อก กิจกรรมเสี่ยง โควิด ย้ำดูสถิติชุดข้อมูลสธ.เป็นหลัก ชี้จว.ไหนมีผ่อนปรนมาตรการห้ามย่อหย่อนพ.ร.ก.ฉุกเฉินกำหนด

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงว่า สำหรับการนำคนไทยที่ตกค้างกลับจากต่างประเทศ ในวันเดียวกันนี้มีนักศึกษาตกค้างจากประเทศอิหร่านกลับมา 21 คน ขณะที่ในช่วงบ่าย มีพระภิกษุ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมกลับจากประเทศอินเดีย อีก 171 คน และจะมีนักเรียน นักศึกษา คนงานและนักท่องเที่ยวกลับจากประเทศออสเตรเลียอีก 212 คน โดยย้ำว่าทุกคนที่กลับมาจะเข้าสถานกักตัวของรัฐหรือ State Quarantine ทั้งนี้ขอให้คนไทยในต่างประเทศรายงานตัวที่สถานทูต เพื่อเตรียมวางแผนการกลับมา

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ทำให้หลายคนติดขัดในเรื่องการขนส่งสินค้าบริเวณด่านพรมแดนนั้น เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจต้องชะงักงัน โดยเฉพาะมาตรการขนส่งถ่ายสินค้า จึงต้องเอื้ออำนวยด้านธุรกิจการขนส่งชายแดน โดยการให้จัดพื้นที่ควบคุม พื้นที่ถ่ายสินค้าเฉพาะ รวมทั้งให้มีจุดคัดกรองพร้อมมาตการ เพื่อให้มีความมั่นใจและจัดที่พักกักตัวหากจำเป็น ดังนั้นถ้าไม่จำเป็น อยากให้พนักงานขนส่งสินค้าห้ามลงจากรถ ขนส่งเสร็จแล้วกลับ

โฆษกศบค. กล่าวว่า ด้านความมั่นคงการฝ่าฝืนประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ในเวลา 22.00น.-04.00 น. พบผู้กระทำความผิดออกนอกเคหสถาน 517 คน และมั่วสุม 40 คน โดยเป็นการดำเนินคดีทั้งหมด โดยภาคกลางมีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุด ออกนอกเคหสถาน 253 คน และมั่วสุม 21 คน อันดับ 1 คือจ.ปทุมธานี มีผู้กระทำความผิด 52 คน ขณะที่กรุงเทพฯ ออกนอกเคหสถาน 57 คน มั่วสุม 3 คน ซึ่งจำนวนการกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 3-24 เม.ย. พบผู้กระทำความผิด 4,076 คนเป็นชายมากกว่าหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 19 ถึง 30 ปี

เมื่อถามถึงกรณีที่องค์การอนามัยโลกเตือนผู้สูบบุหรี่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไปนั้น ข้อเท็จจริงเป็ยอย่างไร น.พ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า แน่นอนที่ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ จากชุดพฤติกรรมซึ่งบางคนใช้บุหรี่มวนเดียวกันอาจมีการปนเปื้อนทางน้ำลาย รวมไปถึงบางคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีการพ่นออกมา และควันปริมาณมากถือเป็นละอองฝอยที่นำเชื้อพ่นกระจายออกไป อีกทั้งการสูบบุหรี่ก็ทำลายปอด พื้นที่ของปอดน้อยลง เชื้อโรคจะเข้าไปจับได้ง่าย เรียกได้ว่าต้นทุนต่ำกว่าคนอื่นเจอเชื้อโรคก็แพ้ภัย

เมื่อถามว่าศบค.มีแนวทางการคลายล็อกอย่างไร หรือใช้เกณฑ์อะไรพิจารณาผ่อนคลาย โฆษก ศบค. กล่าวว่า ย้ำว่าต้องดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นและสถิติชุดข้อมูลตัวเลขจากสาธารณสุขเป็นหลัก รวมทั้งชุดพฤติกรรมที่ให้เกิดโรค หากกิจการเข้าข่ายความเสี่ยงนี้ ก็ไม่น่าจะให้เปิดได้ ซึ่งใช้หลักเดียวกันนี้ทั้งโลก แต่ในส่วนของกิจกรรม หรือกิจการที่มีการเว้นระยะห่างได้ ก็ยินยอมให้เปิด จึงยึดสถิติตัวเลขและพฤติกรรมเป็นตัวกำหนด ทั้งนี้ไม่ใช่ภาครัฐกำหนดอย่างเดียว แต่กิจการอื่นๆ ก็สามารถเสนอมาได้ว่ามีมาตรการดูแลอย่างไร หากมั่นใจว่าทำได้และมีการปฏิบัติอย่างแข็งขันก็สามารถเปิดได้ ดังนั้นจะใช้มาตรการหลายอย่างรวมกัน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงในส่วนของต่างจังหวัดที่มีการคลายล็อคบางมาตรการไปแล้ว ศบค.จะมีการกำชับว่า เป็นเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหญ่ตามประกาศของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีข้อกำหนดต่างๆ ระบุอยู่ ซึ่งหากแต่ละจังหวัดปลดล็อกก็ห้ามมีมาตรการย่อหย่อนกว่าที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินกำหนด แต่หากจะมีกฎเกณฑ์ที่เข้มและแข็งกว่าก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นแต่ละจังหวัดก็จะนำไปปรับใช้ตามสถานการณ์ ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่จากการรายงานจะเห็นภาพทุกจังหวัดต่างเข้มข้นในการดู นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค. จึงขอบคุณทุกส่วนที่ช่วยกันดูแล จนทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

เมื่อถามอีกว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันนี้ จะมีผลต่อการพิจารณาผ่อนปรนในพื้นที่จ.สงขลาหรือภาพรวมทั้งประเทศหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความเป็นจริง และอย่าลืมว่าในประเทศสิงคโปร์ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่น ก็เกิดจากการแพร่กระจายจากแรงงานต่างชาติ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในไทย จึงต้องเรียนรู้สถานการณ์จากต่างประเทศ เมื่อรู้แล้วรีบรักษา โดยเปิดเผยตัวเลขตามความเป็นจริงไม่มีปกปิดก็จะดูแลได้ทันการณ์ จึงย้ำว่าวันนี้ทุกคนต้องช่วยกันชีวิตวิถีใหม่ New Normal ซึ่งไวรัสตัวน้อยเปลี่ยนแปลงทั้งโลกได้ แล้วเรามีอะไรเปลี่ยแปลงได้บ้าง ทั้งนี้ตนปลื้มใจดีใที่เห็นคนใส่หน้ากากอนามัยเกือบ 100% ต้องขอบคุณทุกคน ชีวิตวิถีใหม่ใส่หน้ากากทุกวันป้องกันโควิด-19 ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน