ตร.ฮึ่มพบสถานประกอบการ 350 แห่งไม่ทำตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนกว่า 350 แห่ง เผยหากเตือนไม่ฟัง เสนอสั่งปิดยาว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติของสายตรวจร่วมในการตรวจสถานบริการ หรือจัดกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามมาตรการของรัฐบาล ว่า จากการตรวจสอบของสายตรวจร่วม

สำหรับสถานที่ได้มีการผ่อนปรนให้เปิดได้ ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์, ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดย่อม, ร้านตัดผม/ร้านเสริมสวย, สนามกอล์ฟ/สนามซ้อม, สนามกีฬา, สวนสาธารณะ, ร้านดูแล/รักษาสัตว์ กว่า 9,400 แห่ง ทั่วประเทศ พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนกว่า 350 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ตักเตือนและให้คำแนะนำกว่า 2,600 แห่ง

เบื้องต้นหากผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด หลังผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมและกิจการบางอย่างเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย ทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ซึ่งเป็นชุดสายตรวจร่วมปฏิบัติในการตรวจสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรน

จะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนและให้ดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ และหากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอีก จะเสนอผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานที่ที่ฝ่าฝืนนั้น

ในส่วนภาพรวมการดำเนินการตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว ห้วงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค.63 ถึง เวลา 04.00 น. ของวันที่ 5 พ.ค.63 ยังพบผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถานและรวมกลุ่ม ชุมนุม และมั่วสุมในเคหสถานกว่า 678 ราย

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวังตนเองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เพราะถือเป็นอันตรายกับตนเองและสถานประกอบการ ร้านค้า ที่เปิดขายด้วย ซึ่งการใช้บริการภายในสถานที่ที่มีความแออัด ไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด มีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรคโควิด-19 ได้ง่าย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติ เข้มงวด ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน