อดีตผู้สมัครสส.โกงหน้ากาก โดนอีกคดี แฮกบัญชีนักธุรกิจ ฉกเกือบ4แสน

กรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Kasidit Kwang Visetthanakorn”หรือ นายกษิดิศ วิเศษธนากร อายุ 31 ปี นักธุรกิจหนุ่ม โพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพแฮกข้อมูลในลักษณะสร้างเรื่องว่านายกษิดิศ เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือจากการเข้าพักโรงแรมหรู

ก่อนว่าจ้างให้บุคคลอื่นนำโทรศัพท์มือถือไปให้นายกษิดิศถึงที่บ้าน จากนั้นได้แฮกข้อมูลส่วนตัวแล้วถอนเงินออกจากบัญชีนายกษิดิศ รวมมูลค่าความเสียหาย 395,000 บาท นั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง รอง ผบก.น.1

พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.พรชัย สุขเจริญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.นิติพงศ์ มหศักดิ์สุนทร สว.สส.สน.ห้วยขวาง และชุดสืบสวนสน.ห้วยขวาง

แถลงผลจับกุม นายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภราดรภาพ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลข 276/232 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 367/2563 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2563

ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมีได้มีไว้สำหรับตน” หลังตามไปจับกุมได้ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ หมู่ 5 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายคือ นายกษิดิศ วิเศษธนากร อายุ 31 ปี นักธุรกิจ หลังมีผู้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาอ้างว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลได้รับการจับฉลากรางวัลพิเศษจากโรงแรมที่พัก 2 วัน 3 คืน และส่วนลดค่าโทรศัพท์มือถือ 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 เดือน

แฮกบัญชีนักธุรกิจ

ต่อมามีนายนิวัตร เหลืองศิริเชียร อายุ 25 ปี อดีตผู้ประกาศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกจ้างมาอีกทอดหนึ่ง นำโทรศัพท์ยี่ห้อออปโป้ รุ่นเอ 31 มอบให้ผู้เสียหาย ที่บ้านพักภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 26 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งให้ผู้เสียหายใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือไว้ในเครื่องดังกล่าวอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ต่อมาวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกษิดิศ ตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ถูกโอนออกไปรวม 395,000 บาท ตั้งแต่วันที่ได้รับโทรศัพท์ดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายอานนท์วัฒน์ โดยร่วมกับพวกใช้กลอุบายในการเข้าระบบคอมพิวเตอร์จากหมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP Address) จากนั้นแอบรับข้อมูลรหัสบริการส่งข้อความ (SMS) รหัสที่ใช้เพียงครั้งเดียวในการเข้าสู่ระบบเพื่อรักษาความปลอดภัย (OTP) ก่อนนำไปโอนเงินผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ

ทางชุดสืบสวนสน.ห้วยขวาง จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปอท.ทำการสืบสวน จากนั้นจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการออกหมายจับโดยสามารถจับกุมนายอานนท์วัฒน์ หลังได้รับการปล่อยตัวกำลังเดินทางออกจากเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนนายอานนท์วัฒน์ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจากต้องการนำเงินไปหมุนเพื่อเคลียร์คดีความและชดใช้เงินให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนตัวมีความชื่นชอบในวิชาคอมพิวเตอร์เคยไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 3 ปี ก่อนกลับมาก็ใช้เงินค่อนข้างเยอะ จึงได้ใช้ความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์มากระทำความผิดดังกล่าว

นอกจากนี้ นายอานนท์วัฒน์ มีประวัติก่อคดีมาแล้วจำนวน 9 คดี ได้แก่ 1.สน.บางนา ข้อหาตัวการในข้อหาฉ้อโกง ปี 2563 2.สน.มักกะสัน ข้อหายักยอก ปี 2561 3.สน.โชคชัย ข้อหาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ปี 2561

4.สน.มักกะสัน ข้อหาหมิ่นประมาท ปี 2561 5.สน.ห้วยขวาง ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ปี 2559 6.สน.โชคชัย ข้อหาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริต ปี 2562 7. กก.1 บก.ปคม. ข้อหาตัวการในข้อหากำหนดราคาซื้อขายจำหน่ายสินค้า หรือบริการควบคุมฯ,ตัวการในข้อหาผู้ประกอบธุรกิจจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการ ปี 2563 8. กก.3 บก.ปอท. ข้อหาผู้ใดกระทำผิดโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ปี 2563 และ9.สภ.เมืองสมุทรปราการ ข้อหาร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง,ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ปี 2563

ด้านพ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่านายอานนท์วัฒน์ จบการศึกษาจากประเทศเยอรมัน มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ และจากการตรวจสอบประวัติพบนายอานนท์วัฒน์ มีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง เกี่ยวกับหลอกหลวงขายหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 รายเป็นผู้ร่วมขบวนการ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
ส่วนกรณีคนร้ายรู้ประวัติของผู้เสียหายและครอบครัว เชื่อว่าคนร้ายได้ข้อมูลจากคนใกล้ชิดของผู้เสียหาย คาดว่าน่าจะเป็นคนที่เคยทำงานในบริษัทของผู้เสียหาย พร้อมเตือนว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น หากโทรศัพท์มือถือไม่ใช่ของตัวเอง ขอให้มีการล้างข้อมูลในเครื่องก่อนใช้งาน

เนื่องจาก อาจมีฝังโปรแกรมดูดข้อมูล เพื่อสร้างความเสียหายไว้ สำหรับประชาชนที่เคยถูกหลอกลวงในลักษณะนี้สามารถเข้าไปชี้ตัวผู้ต้องหาได้ที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง และขอให้ประชาชนระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลหรือเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งคนร้ายอาจจะนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กระทำความผิดได้ หากพบเห็นการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน