จากกรณีมีคลิปวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ย่านโชคชัย 4 บันทึกภาพวัยุร่น 4 คนรุมทำร้ายนายสัจจา ปราศรัย อายุ 62 ปี คนขับรถกะป๊อ บริเวณพงษ์สุขอพาท์เม้นท์โชคชัย4 จนสลบและใช้เท้าเหยียบศีรษะหลายครั้ง จนเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ชาวบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนบาดเจ็บอีก 3 คน โดยเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ พร้อมออกหมายจับ 4 โจ๋ที่ลงมือโหด ประกอบด้วย นายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี นายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี นายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 5 ก.ค. พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ต.พลกฤต ทิพยทัศนัน สวป.สน.โชคชัย นำกำลังตำรวจ ป้องกันปราบปราม และตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย กว่า 20 นาย ควบคุมตัวนายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 869/2560 ลงวันที่ 2 ก.ค.2560 และนายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 868/2560 ลง วันที่ ก.ค.2560 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในซอยโชคชัย 4 ซอย 36 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเสื้อเกราะ และหมวกกันน็อกให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายสวมใส่ พร้อมทั้งวางกำลังเจ้าหน้าที่รอบบริเวณ และเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บรรดาไทยมุงที่โกรธแค้นเข้าทำร้ายผู้ต้องหาได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือนายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 870/2560 ลงวันที่2 ก.ค.2560 และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 871/2560 ลงวันที่ 2 ก.ค.2560 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” ให้การปฏิเสธ โดยให้การว่าไม่ได้ร่วมทำร้ายผู้ตาย เพียงแต่ขับรถตามเข้ามาในภายหลัง และไม่สมัครใจในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วย

การทำแผนประกอบคำรับสารภาพมี 6 จุด จุดแรกเป็นบริเวณกลางซอยโชคชัย4 ซอย 36 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาและผู้ตายขับรถสวนทางกัน ฝ่ายผู้ต้องหามีนายอาทิตย์เป็นผู้ขับขี่ และนายสุรเชษฐเป็นคนซ้อนท้าย ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า นูโว สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน ยจพ626 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย ส่วนฝ่ายผู้ตายจะขับรถซูบารุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน พข 6682 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมหลีกทางให้กันจนมีปากเสียงกัน

จุดที่ 2 บริเวณซอยโชคชัย 4 ซอย 36 แยก 1 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับขี่ไล่ตามรถผู้ตายจนมาถึงจุดดังกล่าว แล้วผู้ตายจอดรถก่อนถอยหลังชนรถผู้ต้องหาจนล้มลง จุดที่ 3 บริเวณซอยโชคชัย 4 ซอย 36 แยก 1 ตัดแยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้ววิ่งไปดูว่าผู้ตายขับรถหนีไปเส้นทางใดก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ตาม

จากนั้น จุดที่ 4 ภายในลานจอดรถพงษ์สุขอพาร์ทเม้นท์ ซอยโชคชัย 4 ซอย 36 แยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาตามรถผู้ตาย จนมาพบว่ารถผู้ตายจอดอยู่จึงขับรถเข้าไปจอดท้ายรถผู้ตาย แล้ววิ่งไล่เข้าไปชกต่อย จนผู้ตายล้มลง พร้อมทั้งรุมกระทืบผู้ตายจนหมดสติ จุดที่ 5 ภายในลานจอดรถเดียวกันนี้ ผู้ต้องหาวิ่งไปที่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ จากนั้นได้ขับขี่มายังจุดที่ผู้ตายหมดสติ ก่อนลงมากระทืบซ้ำอีกครั้งจนเสียชีวิต จุดที่ 6 ภายในอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ประตูทางเข้าอาคาร ชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายกระโดดถีบกระจกของประตูทางเข้าจนแตกและจุดสุดท้าย บริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหารุมกระทืบ รปภ.ที่ดูแลอาคารที่พยายามช่วยผู้ตาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ต้องหาพากันหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพมีบรรดาไทยมุงบางส่วนตะโกนด่าทอ สาปแช่ง ให้นำตัวคนร้ายไปประหารชีวิตให้หมด จากนั้นทางตำรวจควบคุมตัวนายสุรเชษฐ และนายอาทิตย์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งที่ สน.โชคชัย ก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญารัชดาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน