อุ้มสาวส่งรพ.!! พบเป็นศพ 2หนุ่มหายตัว กลับมาอ้างจอดเก๋งฉี่-มือปืนโผล่ยิง ตร.ไม่เชื่อ

สองหนุ่มอุ้มศพสาวส่งโรงพยาบาลแม่ทะ ก่อนหายไปนาน กลับมาพร้อมทนาย อ้างขณะจอดรถลงไปยิงกระต่ายข้างทาง ได้ยินเสียงดังปัง หันมาดูเห็นวัยรุ่นซิ่งจักรยานยนต์หายไปแล้ว พอไปดูในรถเห็นเพื่อนสาวถูกยิงเลยรีบมาส่งโรงพยาบาล ก่อนหายไปตั้งหลักและกลับมาพร้อมทนาย เพราะกลัวถูกหาว่าเป็นคนก่อเหตุ ตร.ยังไม่เชื่อคำให้การ เบื้องต้นตั้งประเด็นเรื่องชู้สาวและยาเสพติด

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 ก.ค. พ.ต.ท.เกรียงไกร ศรีธัญรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า มีชายหนุ่มสองคนนำร่างของหญิงสาวถูกยิงมาส่งที่โรงพยาบาลแม่ทะแล้วขับรถหายออกไปทันที เมื่อตรวจอาการผู้บาดเจ็บแล้วพบว่า เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการสอบสวนด้วย หลังรับแจ้งจึงร่วมกับ พ.ต.ท.สงวน แสงคำ รอง ผกก.สส.พร้อมด้วย พ.ต.ต.กฤตเมธ ทาคำ สว.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปยังโรงพยาบาล พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ น.ส.กรรณิการ์ สงฆ์วัฒนะ อายุ 27 ปี อยู่ ม.2 ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หน้าผากเหนือคิ้วขวา 1 นัด กระสุนฝังใน

เมื่อสอบถามพยาบาลที่เข้าเวรและเป็นผู้รับตัวคนเจ็บทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้มีชายหนุ่มสองคน ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน นำร่างของ น.ส.กรรณิการ์ มาส่งที่โรงพยาบาล พร้อมกับแจ้งว่า น.ส.กรรณิการ์ ถูกยิงที่บริเวณสะพานบ้านหัวเสือ ม.2 ต.แม่ทะ และจะไปแจ้งให้ญาติของคนเจ็บทราบเรื่องก่อน จากนั้นก็ขับรถหายไปนานกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อตรวจดูอาการจึงพบว่า น.ส.กรรณิการ์เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามพยาบาลอยู่นั้น ชายหนุ่มทั้งสองคน ก็ขับรถกลับยังโรงพยาบาล ทราบต่อมาว่าชื่อ นายไพโรจน์ ชาว อ.ห้างฉัตร เป็นแฟนของ น.ส.กรรณิการ์ และนายบุญมา พร้อมกับมีชายอีกคนหนึ่งตามมาด้วย ทราบภายหลังว่าเป็นทนายความของทั้งสองคน เจ้าหน้าที่จึงขอให้ทางโรงพยาบาลทำการตรวจสารเสพติดในร่างกายของทั้งสองคน พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงได้คุมตัวไปยัง สภ.แม่ทะเพื่อทำการสอบสวน

นายไพโรจน์ และ นายบุญมา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งไปทำธุระกัน แต่เกิดปวดปัสสาวะจึงได้จอดรถบริเวณสะพานบ้านหัวเสือ ม.2 แล้วลงไปทำธุระส่วนตัว ขณะยืนหันหลังให้กับรถก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงหันมาดูก็เห็นชายวัยรุ่นรีบขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป จึงวิ่งไปที่รถ พบว่า น.ส.กรรณิการ์ถูกยิง จึงพามาส่งโรงพยาบาล ก่อนจะขับรถออกไปเพราะความตกใจ และกลัวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสัยว่าตัวเองจะเป็นคนทำ จึงได้นำเรื่องไปบอกพ่อแม่ที่บ้าน พร้อมกับติดต่อทนายความให้มาเป็นเพื่อนที่โรงพยาบาล โดยไม่คิดว่าเพื่อนหญิงจะเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายไพโรจน์ และนายบุญมา ทางชุดสืบสวนจึงคุมตัวเอาไว้สอบสวนเพิ่มเติม และยังได้คุมตัวไปที่บ้านของผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนเพื่อหาหลักฐานบางอย่าง
ต่อมาทาง พ.ต.ท.เกรียงไกร ศรีธัญรัตน์ รอง ผกก.สส. ได้เปิดเผยว่า แนวทางสืบสวนทั้งสองคนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ น.ส.กรรณิการ์ อย่างแน่นอน เพียงแต่ขณะนี้ทั้งสองคนยังคงปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพเท่านั้น ส่วนประวัติของผู้เสียชีวิตทราบว่าเคยถูกจับกุมยาเสพติดที่ อ.เถิน เมื่อ 2 ปีก่อน และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน จึงตั้งประเด็นในเรื่องของยาเสพติด และเรื่องชู้สาวไว้ก่อน และจะได้เร่งทำการสอบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป