กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คุมตัวนายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ เดินทางจากสหรัฐกลับมาเมืองไทย เพื่อดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนคุมตัวส่งให้พนักงานอัยการสำนักพิเศษคดีพิเศษ 4 พิจารณาดำเนินการ มีความเห็นสั่งคดี ใน 2 ส่วน คือคดีพิเศษที่ 151/2556 ในความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ/ฉ้อโกง และ/พรบ.การฟอกเงินฯ โดยนับโทษตั้งแต่คดีแรก และให้คืนเงิน หรือทรัพย์สินกว่า 28 ล้านให้กับผู้เสียหาย 29 คน ส่วนคดีทางเพศ เดิมอัยการสั่งฟ้อง แต่เนื่องจากในฐานความผิดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ขาดอายุความไปแล้ว ทั้งนี้ ในคำฟ้องอัยการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว อัยการ มีความเห็นสั่งฟ้อง “สมีคำ” ความผิดฉ้อโกง ฟอกเงิน ค้านประกันตัว (คลิป)

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ศาลแพ่งมีคำพิพากษายึดทรัพย์สินของนายวิรพล กับพวกรวม 8 คน จำนวน 27 รายการ อาทิ รถยนต์ยี่ห้อ ปอร์เช่ มูลค่า 8.3 ล้านบาท รถยนต์หรู และรถจักรยานยนต์ สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดินในจังหวัดอุบลราชธานี และเงินในบัญชีธนาคาร รวม 43 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

หลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่านายวิรพล เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีรายได้มาจากเงินบริจาคของประชาชนที่มีจิตศรัทธา ไม่มีรายได้มาจากแหล่งอื่น และนายวิรพลกับพวกไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ และตามหลักฐานการนำสืบของอัยการเชื่อได้ว่า ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน จึงพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน