สุดกลั้นร่ำไห้กลางวงสัมภาษณ์ – ไร้เงาแม่น้องชมพู่ร่วมดำนากับลุงพลและชาวบ้าน ประเพณีลงแขกดำนาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งทางผู้ว่าฯ มุกดาหาร ชวนชาวบ้านและลุงพลมาร่วมดำนา นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ให้สัมภาษณ์ขณะไปร่วมกิจกรรมว่าตำรวจไม่ได้มีการเรียกไปสอบอะไรเพิ่มอีก

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ส่วนกรณีรองผบ.ตร.เผยในกรรมาธิการฯ ถึงคดีน้องชมพู่ ลักษณะเหมือนน้องชมพู่จะเดินขึ้นไปเสียชีวิตเองบนเขาภูเหล็กไฟนั้น ลุงพล เผยว่า เป็นไปได้ยาก เพราะจุดที่เจอศพน้องชมพู่อยู่สูงเกิน ส่วนที่น้องจะเดินขึ้นไปเสียชีวิตเองหรือมีคนพาขึ้นไปจนเสียชีวิต ลุงพล เผยว่า ตอบยาก เพราะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ลุงพล ยอมรับที่พูดว่าจะไม่อยู่หมู่บ้านกกกอกแล้ว เพราะน้อยใจ แต่ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว คงไม่จากหมู่บ้านไปไหน ส่วนที่สังคมมองว่าคนในหมู่บ้านกำลังแตกแยกกันจากคดีน้องชมพู่ ลุงพล เผยว่า ชาวบ้านกกกอกรู้กันดีว่าเราอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย คงต้องใช้เวลาจะให้กลับมาเหมือนเดิม ที่ผู้ใหญ่มีการจัดให้ดำนาร่วมกันของชาวบ้านก็เพื่อให้ทุกคนรวมใจ ก็อาจทำให้ดีขึ้น

“อยากให้แม่ชมพู่มาด้วย แต่เขาไม่ได้มา มาแล้วอยู่กันคนละมุมก็ได้ ถ้าไม่อยากอยู่ใกล้ผม ทุกวันนี้ก็แทบไม่ได้คุยกัน”

เมื่อถามว่ายังรักยังห่วงกันอยากให้กลับมาเป็นพี่น้องครอบครัวเหมือนเดิมหรือไม่ ลุงพล เผยทั้งน้ำตาไหลพร้อมทั้งพยักหน้า เมื่อถามว่าเป็นไปได้ที่จะคุยกันไหม ลุงพล ร่ำไห้เผยเสียงเครือว่า ถ้ามันผ่านพ้นไป ก็ต้องใช้เวลา

ส่วนที่ตากับยายจะนัดให้มาพูดคุยกันรอให้อารมณ์เย็นลงกันก่อนนั้น ลุงพล ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ร้อน ตัวเองก็อยากคุยตั้งนานแล้ว แต่แม่น้องชมพู่เขาไม่พร้อม ก็ไม่อยากบังคับเขา

เมื่อถามว่าหากสุดท้ายความผิดมาตกที่ลุงพลจะทำอย่างไร ลุงพล กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนั้นตำรวจคงทำไม่ถูก ส่วนที่ตัวเองจะไปบวช ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ถ้าทุกอย่างไม่ตกมาที่ตัวเองก็จะบวช ก็ต้องไปหาวันด้วย ทั้งนี้ไม่คิดหนีไปจากหมู่บ้าน ยิ่งหนีก็ยิ่งน่าสงสัย ต้องใช้เวลา เพราะคดีนี้ไม่ใช่ว่าจบใน 2-3 เดือนแล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย ต้องรอหลายปีเพราะมีเรื่องของคดีความอยู่

ด้านป้าแต๋น เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องตนก็ยังไม่ได้คุยกับแม่น้องชมพู่ ก็มีแต่คุยกันผ่านแม่ตลอด วันนั้นตนไปทำบุญที่คำชะโนดมา ตนยังเอาพระมาฝากน้อง 2 องค์ แต่ฝากผ่านแม่ไป เพื่อให้พระองค์นั้นคุ้มครองน้องให้มีสติ ซึ่งตนก็ยังรักแม่น้องชมพู่เหมือนเดิม เพราะถือว่าเป็นน้องสาว

ตนก็อยากฝากถึงน้องสาวว่า ทำอะไรก็ให้มีสติ ทำอะไรให้นึกถึงครอบครัวด้วย ส่วนเรื่องที่จะมานั่งคุยกันพร้อมหน้า พร้อมตานั้นก็เป็นไปได้ถ้าแม่น้องชมพู่พร้อมคุย ยายจะรู้เสมอว่าตนพร้อมที่จะคุย แต่แม่น้องชมพู่ ก็จะเป็นลักษณะถามคำตอบคำ ตนก็อยากให้น้องนึกถึงความรักที่มีต่อกันและความสามัคคีเหมือนแต่ก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน