น้องชาย หนุ่มโดดเกาะรถโฟล์คช่วย สาวถูกฉุด ให้ปากคำตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เตรียมรับศพกลับไปทำพิธีทางศาสนา ยืนยันพี่ชายกับสาวเป็นสามีภรรยากัน

จากกรณี น.ส.ณัฐ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ถูกฉุดขึ้นรถตู้โฟล์คสวาเกน บริเวณด้านหลังสวนลุมพินี กทม. ก่อนที่ นายสม (นามสมมติ) อายุ 42 ปี จะเข้าไปช่วยโดยกระโดดเกาะหน้ารถตู้ กระทั่งขับไปชนป้ายบอกทาง ทางเชิงสะพานขึ้นสะพานไทย-เบลเยี่ยม ถนนพระราม 4 ขาออก จน นายสม บาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ส่วน น.ส.ณัฐ อาศัยจังหวะคนร้ายเผลอ กระโดดลงจากรถมาขอความช่วยเหลือช่วงแยกไฟแดงวัดช่องลม เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 21 ก.ค. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ นายเอ (นามสมมุติ) น้องชายของ นายสมเกียรติ ผู้ตาย เดินทางมาลงบันทึกประจำวันเพื่อนำเอกสารไปติดต่อขอรับศพพี่ชายที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในวันนี้ พร้อมให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

นายเอ กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทราบตามข่าวเท่านั้น ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับพี่ชายและน.ส.ณัฐ พี่สะใภ้ แต่ยืนยันว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายมานานหลายปีแล้ว โดยพี่ชายทำอาชีพขายเสื้อผ้าดูแลครอบครัว และเป็นเสาหลักส่งเงินให้พ่อที่อยู่ใน จ.นครราชสีมา

น้องชาย หนุ่มโดดเกาะรถโฟล์คช่วย สาวถูกฉุด ให้ปากคำตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ (เสื้อขาว)

น้องชาย หนุ่มโดดเกาะรถโฟล์คช่วย สาวถูกฉุด ให้ปากคำตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ (เสื้อขาว)

นายเอ กล่าวต่อว่า ส่วนพี่สะใภ้ไม่ทราบแน่ชัดว่าทำงานอะไร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่งานกลางคืนตามที่เป็นข่าว เชื่อว่าทั้งคู่เป็นคนดี ไม่มีความขัดแย้งทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัวกับใคร แต่ก็ยอมรับว่าทั้งคู่มักจะขับรถออกไปเที่ยวกลางคืนในบางครั้ง

“ผมไม่ทราบว่าบุคคลในรถตู้รู้จักกับพี่สะใภ้หรือไม่ แต่การที่มัดมือมัดคอ และขับรถชนพี่ชาย เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ผมรับไม่ได้ หากบุคคลในรถตู้รู้จักกับพี่สะใภ้จริง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงขนาดนี้ เมื่อพี่ชายเสียชีวิตในฐานะครอบครัวก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ยอมความแน่นอน” นายเอ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุธี เสน่ห์ลักษณา ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวยืนยันว่า ตำรวจมีเบาะแสของคนขับรถตู้แล้ว โดยเฉพาะการที่คนขับรถตู้มีความพยายามที่จะปกปิดป้ายทะเบียนของรถตู้โฟล์คเพื่อให้ยากต่อการจับกุม ซึ่งชุดสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมเชิญผู้เสียหายและพยานหลายปากมาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ พฤติกรรมและรูปพรรณของคนขับรถตู้ ก่อนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรถตู้โฟล์คคันดังกล่าวนั้น เป็นรถที่คนร้ายใช้ขับเป็นประจำ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นรถของตัวคนร้ายเองหรือไม่ หรือเป็นรถเช่า หรือเป็นรถที่คนร้ายขับให้ผู้ใดหรือไม่

____________________________________________________

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน