เปิดผลชันสูตรรอบ 2 พยานปากเอกคดี‘บอส’ หมอเอกซเรย์ศพซ้ำ-คลี่ปมสงสัย ยืนยันผลเหมือนรอบแรก ไม่พบร่องรอยทำร้าย-หัวกระสุน
วันที่ 3 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พร้อมพล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และนพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. และพญ.กานดา เมฆใจดี หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร่วมกันประชุมสรุปผลการผ่าชันสูตรศพนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญในคดีบอส อยู่วิทยา ซึ่งตำรวจอายัดศพและให้ผ่าชันสูตรเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นคดีการเสียชีวิตที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมอย่างมาก
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
พญ.กานดา เปิดเผยว่า จากการชันสูตรศพนายจารุชาติในครั้งที่ 2 ยังคงพบบาดแผลหลักบริเวณใบหน้าด้านซ้ายและบ่าซ้าย ซึ่งจากการผ่าตรวจภายในพบเลือดออกที่ฐานสมองค่อนข้างเยอะ เนื่องจากบริเวณสมองนั้นมีก้านสมองอยู่และเป็นอวัยวะที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ การมีเลือดออกบริเวณนั้นทำให้เสียชีวิตได้ง่าย นอกจากนี้พบกระดูกซี่โครงด้านหลังซ้ายหัก 1 ซี่ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตและมีกระดูกซี่โครง 2 ซี่ด้านหน้าหัก ซึ่งเกิดขึ้นหลังเสียชีวิต เข้ากันได้กับการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต มีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 500 มิลลิลิตร และไขมันพอกตับ โดยการชันสูตรครั้งนี้ตรวจบริเวณลำคอด้วย ซึ่งครั้งแรกไม่ได้ตรวจ เนื่องจากเป็นกรณีอุบัติเหตุและจากการตรวจครั้งนี้ไม่พบร่องรอยการบีบคอหรือมีเลือดออกในคอ โดยยังเอกซเรย์ศพทั้งร่าง ไม่พบร่องรอยหรือโลหะใดๆ ที่ต้องสงสัยจะเป็นกระสุน
โดยสรุปแล้วสาเหตุการเสียชีวิตของนายจารุชาติมาจากการที่มีเลือดบริเวณฐานสมอง ลักษณะจากการที่บริเวณศีรษะและบ่าไถลไปกับวัตถุ ที่ไม่มีคมและมีการสะบัดเกิดขึ้น ทำให้เกิดการปริของเส้นเลือดที่บริเวณฐานสมอง จนเลือดออกและเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะเหตุที่เกิด สรุปผลการชันสูตรเหมือนเดิม ขณะเดียวกันผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือดนายจารชาตินั้น ล่าสุดออกมาแล้ววัดได้ 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนศพนายจารุชาตินั้น เวลานี้เก็บรักษาไว้ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า จากผลชันสูตรในครั้งที่ 2 ยังคงเหมือนครั้งแรก และสอดคล้องกับหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมมาได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งเกิดเหตุ โดยการอายัดศพและนำมาชันสูตรอีกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้คลายข้อสงสัย ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ยังมีความเคลือบแคลงนั้น ยืนยันตำรวจทำงานอย่างเต็มที่และรอบคอบที่สุด หากมีข้อมูลหรือเบาะแสใดที่เห็นว่าตำรวจยังทำได้ไม่ครอบคลุม สามารถแจ้งได้ทุกเมื่อเพื่อให้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป
พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พบว่าตลอดเส้นทางที่นายจารุชาติและนายสมชายขี่รถมาด้วยกันนั้น นายจารุชาติเป็นฝ่ายขี่ตามเกือบตลอดทาง และไม่ปรากฏว่ามีรถยนต์ขับนำหรือขับตามมาตลอดทางเช่นกัน ขณะที่การสอบปากคำพยาน ที่ร้านคาราโอเกะย่านแม่เหี๊ยะที่ทั้งคู่ไปนั่งดื่มกินก่อนเกิดเหตุ ยืนยันทั้งคู่ไม่ได้ไปด้วยกันและรู้จักกัน แต่พูดคุยกันในช่วงปิดร้านและชักชวนกันไปเที่ยวต่อ สำหรับผลการชันสูตรศพนายจารุชาตินี้ จะนำประกอบในสำนวน และจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วนสมบูรณ์และรอบคอบที่สุดก่อนที่จะมีการสรุปสำนวน