เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 9 ส.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายชยุต หรือ อมร ทองงาม อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 ซอยวัดเวฬุนาราม 34 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง ตามหมายจับหมายจับศาลจังหวัดสิงห์บุรี ที่ 83/2560 ข้อหาฉ้อโกง
พร้อมของกลาง ปืนอัดลม แบบลูกโม่ สีเงิน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนอัดลม จำนวน 6 นัด ซองพกจำนวน 2 ซอง เสื้อที่มีการปักตรา กองปราบปรามและสัญลักษณ์ตำรวจสังกัดอื่นๆจำนวน 6 ตัว กางเกงขายาวสีกากี แบบตำรวจ จำนวน 1 ตัว เข็มขัดหนังสีดำ หัวสี่เหลี่ยม แบบตำรวจ อีก 1 เส้น และหมวกแก๊ปทรงอ่อน สีดำ หน้าหมวกปัก ตราแผ่นดิน และคำว่า ROYAL THAI POLICE จำนวน 3 ใบ ได้ที่บริเวณด้านหน้า หอพักแห่งหนึ่งใน ซอย 33 ประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
ทั้งนี้ในการจับกุมทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นตำรวจสังกัดกองปราบปราม ยศระดับรองผู้กำกับ เพื่อหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี โดยใช้กลอุบายต่างๆ นานา อาทิ ตีสนิทหญิงที่มีฐานะดี แล้วขอยืมเงินอ้างว่านำไปใช้หนี้ หลอกชักชวนผู้เสียหายรายอื่นๆลงทุนทำธุรกิจต่างๆ รวมถึงเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นล้มคดีให้กับผู้เสียหายได้
โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกเป็นจำนวนมากและมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสิงห์บุรี ซึ่งสาเหตุที่มีผู้เสียหายจำนวนมากนั้น เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มักจะชอบโพสต์รูปภาพในขณะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีตราสัญลักษณ์ของตำรวจกองปราบฯ รวมถึงสวมใส่เครื่องประดับของมีค่าอย่าง สร้อยคอทองคำ, นาฬิกาเรือนทอง, สร้อยข้อมือทองคำ และแหวนเพชร ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า Chaiyoot Tongnam และมักเรียกตนเองว่ารองยุต หรือรองผู้กำกับยุต ทำให้ดูน่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงกระจายกำลังลงพื้นที่สืบหากระทั่งทราบว่านายชยุต ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเข้าไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายชยุต ให้การรับสารภาพว่า กระทำความผิดดังกล่าวจริง เนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้จ่ายเที่ยวเตร่ โดยเหยื่อส่วนใหญ่ที่ตนเลือกก่อเหตุนั้นจะเป็นหญิงสูงวัยฐานะดี และไม่มีครอบครัว เนื่องจากมักจะหลงคารมได้ง่าย ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจ รวมถึงวิธีการพูดหรือการวางตัวให้เหมือนกับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงนั้น ตนได้จดจำมาจากตอนที่เคยทำงานเป็นสายลับให้กับตำรวจนครบาล ส่วนสร้อยทองและเครื่องประดับมีค่า ที่นำมาสวมใส่ถ่ายรูปลงในเฟซบุ๊ก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกเหยื่อผ่านทางเฟซบุ๊กนั้น เป็นของปลอมทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้พบว่า มีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ติดตัวอีก 3 หมายจับประกอบด้วย หมายจับศาลแขวงสระบุรี ท้องที่ สภ.เมืองสระบุรี หมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ท้องที่ สน.ปทุมวัน หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ท้องที่ สน.ดินแดง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้สภ.เมืองสิงห์บุรี เจ้าของคดีรับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


