‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ ทรงเททองหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา พระราชินีในรัชกาลที่9

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 11 ส.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อพระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง โอกาสนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร พระสัมมาพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา ว่า ในนามของคณะกรรมการอำนวยการสร้างฯ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาโดยสังเขป ดังนี้

ด้วยคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ร่วมกับ รัฐบาล และพุทธศาสนิกชน พสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ได้มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ขึ้น


ด้วยเนื้อทองคำบริสุทธิ์ร้อยละ 99.99 สูงตลอดพระรัศมี 38 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ประดิษฐานบนแท่นฐาน 8 เหลี่ยม สร้างด้วยเนื้อทองคำขาว น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม มีลักษณะและขนาดเดียวกันกับพระพุทธรูปที่จัดสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 แต่พระพุทธรูปที่จัดสร้างในวาระนี้ยกพระหัตถ์ขวา

คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม และรัฐบาลได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต และพระราชทานถวายพระนามพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาองค์นี้ว่า “พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล” อันมีความหมายว่า “พระสัมพุทธโคดม องค์เป็นมงคลสร้างเมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงเททองหล่อ “พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล” ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปยังมณฑลพิธีเททอง ทรงรับแผ่นทอง นาก เงิน จากนายรัฐมนตรี และทรงหย่อนแผ่นทอง นาก เงิน ลงในช้อนที่เจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย ทรงรับช้อนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงเททอง นาก เงิน ลงในเบ้า แล้วพระราชทานช้อนคืนเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงถือสายสูตรทรงเททองหล่อ “พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล” พระมหาราชครูศรีวิสุทธิคุณฯ หลั่งน้ำเทพมนต์เจิมหุ่น

ต่อมาเสด็จฯเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการที่ธรรมมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ