จากกรณีมีการแชร์คลิปแม่ทำร้ายลูกชายวัยขวบเศษด้วยการใช้เชือกจังแขวนคอ ก่อนส่งคลิปไปให้สามีดู เพราะไม่พอใจที่สามีไม่รับโทรศัพท์ โดยเหตุเกิดที่ฉลองกรุง 39 กทม. ก่อนที่เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าไปตรวจสอบยังบ้านหลังดังกล่าว พบแม่และเด็กอยู่ในห้อง จึงเข้าไปพูดคุยให้สงบสติอารมณ์ ส่วนเด็กที่ปรากฎในคลิปพบว่าปลอดภัยดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว สุดช็อก! แม่โพสต์คลิปจับลูกทารกแขวนคอ ไม่พอใจผัวไม่รับโทรศัพท์

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.สามารถ กลิ่นแก้ว สารวัตร (สอบสวน) สน.ฉลองกรุง ได้เชิญตัว น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่อัดคลิปวิดีโอทารุณลูกส่งไปให้สามี มายัง สน.ฉลองกรุง เพื่อสงบสติอารมณ์ พร้อมลูกชายวัย 1 ขวบ 10 เดือน และพี่สาว

น.ส.เอ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ตนได้อัดคลิปวีดีโอเพื่อจะส่งต่อไปให้สามี เนื่องจากเครียดจากการทำงาน ขายของได้น้อย ประกอบกับน้อยใจที่สามีไม่สนใจ และกลัวว่าจะไปมีหญิงอื่น จึงลงมือทำเพื่อประชด จากนั้นได้ส่งคลิปไปให้สามีและนอนหลับไป จนพี่สาวโทรศัพท์มาหาหาว่า สิ่งที่เธอทำกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อแม่ของสามีได้นำคลิปวีดีโอดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียล ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก และเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนแก่ชีวิต ที่ทำลงไปเมื่อเห็นลูกเจ็บ ตัวเองก็เจ็บเช่นกัน พร้อมวอนสังคมหยุดต่อว่า ด่าทอ และข่มขู่ตน เพราะตนสำนึกในสิ่งที่ทำแล้ว

พ.ต.ท.สามารถ เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับ น.ส.เอ เนื่องจากเป็นเรื่องความไม่เข้าใจในครอบครัวและทางสามีก็ไม่ได้มีการแจ้งความเอาเรื่อง หากมีการตั้งข้อหาที่รุนแรงก็จะมีปัญหาตามมาอีก ถ้าแม่ต้องติดคุกและลูกใครจะดูแล หากจะมีการแจ้งข้อหาก็เป็นเพียงข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ไม่เป็นอันตรายแก่กาย จากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาสอบสวน ดูสภาพจิตใจอีกครั้งว่าจะสามารถให้เด็กกลับไปอยู่กับครอบครัวได้หรือไม่

ด้านนายปรีชา โชคลาภ เจ้าหน้าที่คุมครองสวัสดิภาพเด็ก กล่าวว่า หลังจากนี้จะส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายเพื่อหาดูว่ามีการบาดเจ็บที่ใดบ้าง แต่เบื้องต้นเท่าที่ดูตามร่างกายไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลที่เป็นอันตรายใดๆ หลังจากนั้นก็เชิญคนครอบครัวมาพบสหวิชาชีพ และลงไปดูสภาพความเป็นอยู่ว่ามีความเดือดร้อนในเรื่องใดบ้าง ในส่วนของเรื่องการดูแลเด็กได้ให้ทางแม่เป็นผู้ดูแลต่อไป โดยได้ให้พี่สาวและยายเป็นคนช่วยกันดูแล เนื่องจากเห็นว่าทางแม่เด็กไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายลูกตัวเองให้ถึงแก่ความตายจริงๆ ตามที่เป็นข่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน