ผัวหอบศพเมียใส่รถ ขับมาขอความช่วยเหลือตำรวจ อ้างทะเลาะกัน เมียปิดห้องยิงตัวตาย สุดท้ายถูกรวบสอบ ตำรวจพบพิรุธหลายอย่าง ยังไม่เชื่อคำให้การ

เวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสุก คำโต อายุ 44 ปี อยู่ ม.9 ต.เชียงเคี่ยน อ.เทิง จ.เชียงราย ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กม 2157 เชียงราย มายังจุดตรวจสกัดจำบอน ต.ดอยลาน อ.เมือง เขตรับผิดชอบของ สภ.เมือง ก่อนลงมาแจ้งกับตำรวจว่า ภรรยาของตัวเองนอนอยู่ที่เบาะท้ายรถ เพราะถูกยิง ให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบรถยนต์เก๋งของนายสุก พบว่าหญิงสาวเสียชีวิตแล้ว สภาพศพนอนทอดยาวอยู่ที่เบาะหลัง มีเลือดไหลนองเต็มรถ

จากการตรวจสอบพบว่า ศพหญิงคนดังกล่าว คือ นางอัจฉราภรณ์ วงศ์จา อายุ 44 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบขนาดเข้าที่หน้าอก 1 นัด แผลใหญ่ฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์นิติเวช มาตรวจสอบ พร้อมรายงานให้ พ.ต.ท.อมรเทพ ถิ่นทิพย์ รอง.ผกก.ป.สภ.เมืองเชียงราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายสุกไปตรวจสอบที่บ้าน นายสุก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและภรรยา คือ นางอัจฉราภรณ์ ซึ่งทำงานเป็นครูพัฒนาสังคมคนพิการ พักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่า ม.6 ต.ดอยลาน และช่วงหัวค่ำ ตนมีเรื่องทะเลาะกัน จากนั้นนางอัจฉราภรณ์ได้เข้าไปในห้องนอน ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนตกใจจึงปีนหน้าต่างเข้าไปดู พบว่าภรรยาถูกยิงในห้องนอน โดยมีปืนตกอยู่ข้างๆ ตนจึงรีบนำร่างของภรรยาไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจ แต่ก็มาเสียชีวิตระหว่างนำส่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ โดยชาวบ้านใกล้เคียง เล่าว่า นายสุกเพิ่งออกจากคุกมาได้ระยะหนึ่ง เคยถูกจับในข้อหาเสพยา มีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำและตบตีเมีย

จากการตรวจสอบภายในบ้าน บริเวณห้องนอนที่เกิดเหตุมีข้าวของกระจัดกระจาย มีกองเลือดอยู่ที่ปลายเตียง รวมทั้งพบอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ มีปลอกกระสุนคาลำกล้อง สภาพปืนเก่ามาก และกลไกค่อนข้างฝืด แม้ตำรวจจะพยายามงัดปลอกออกมาตรวจสอบ ยังทำได้ยาก จึงน่าสงสัยว่า ผู้ตายจะใช้ยิงตัวเองได้อย่างไร ตามที่นายสุกให้การ ตำรวจจึงเก็บปืนไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายสุก ยอมรับว่า อาวุธปืนเป็นของตนเองจริง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนผิดกฎหมายไว้ในครอบครองไว้ก่อน จากนั้นนำศพส่งตรวจโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อชันสูตรพลิกศพและตรวจหารอยเขม่าดินปืน ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เพื่อพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน