เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2560 แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร. ที่ไม่ได้ร่วมประชุม โดยมีรองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุม ใช้เวลาประชุมเพียง 30 นาที

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังประชุมว่า การประชุมก.ตร.ในวันนี้ยังไม่มีการพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพล ในตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) แต่อย่างใด โดยตนถอนวาระออกไป โดยนัดในก.ตร.วันนี้ว่า จะประชุมพิจารณาวาระแต่งตั้งฯในวันที่ 30 ส.ค. โดยเป็นการแต่งตั้งในคราวเดียวตั้งแต่ผบก.-รองผบ.ตร. รวดเดียวเลย ก็จำนวนหลายตำแหน่ง โดยยึดหลักเกณฑ์ตามกฎก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2559 ไม่มีนโยบายปรับคุณสมบัติ หรือที่ลือกันว่าจะเพิ่มจำนวนปีในการครองตำแหน่งรองผบก.ขึ้นเป็นผบก. จาก 5 ปี เป็น 6 ปีแต่อย่างใด

ขณะที่ตำแหน่งในศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) นั้นยังคงมีอยู่ การพิจารณาสับเปลี่ยน ผบก.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยว่ามีการเสนอสับเปลี่ยนมาหรือไม่ จนกว่าจะมีกฎหมายให้ยุบรวมหน่วย เช่นเดียวกับกองบัญชาการตำรวจตำรวจท่องเที่ยวก็ยังไม่แต่งตั้ง เว้นแต่หน่วยใหม่มีผลทันการแต่งตั้ง ก็ทำทันที

เมื่อถามถึงคุณสมบัติของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และกระแสข่าวโยกย้าย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เป็นผบช.น. นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การพิจารณาก็ดูหลายองค์ประกอบ ก็อาจไม่ใช่อย่างนั้น ตนเชื่อว่าผู้บัญชาการ ภ.1-9 ศชต. บช.ก. เป็นได้ทุกคน ผบช.สพฐ.ตร.ก็โตมาจากนี้ ก็เป็นได้ ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่

สำหรับตำแหน่ง รองผบ.ตร.ถึงผู้ช่วยผบ.ตร. ครั้งนี้ปรับลดตามการกำหนดตำแหน่งใหม่ เก้าอี้รองผบ.ตร.จะหายไป 1 เก้าอี้ อย่างไรก็ตามไม่หนักใจในการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ เหมือนปกติทุกครั้งมีทั้งคนสมหวัง ผิดหวัง แต่ตนจะทำให้ดีที่สุด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ได้ล่าช้า ยังอยู่ในกรอบเวลาตามกฎหมาย คือภายในเดือนสิงหาคมหากเกินวันที่ 31 ส.ค. ถึงจะว่าล่าช้า และต้องขอก.ตร. ขยายเวลาแต่งตั้งออกไป แต่วันนี้ก็ไม่ได้ขอ ถ้าสถานการณ์เป็นปกติ อันไหนทำได้ ทำอยู่แล้ว วันนี้ยืนยันในที่ประชุมไปแล้วว่าแต่งตั้งในวันที่ 30 ส.ค. แต่ถ้าไม่ทันจริงๆในวันที่ 30 ส.ค. ก็จะขอขยายเวลา แต่พยายามทำให้ทัน

“การแต่งตั้งครั้งนี้ต้องยอมรับว่าตำแหน่งหายไปตามการปรับยุบตามระบบโครงสร้างตำแหน่งใหม่ ต้องเข้าใจด้วย แนวทางการแต่งตั้งพื้นที่ผบช.เกษียณฯก็ต้องเปลี่ยนคนอยู่แล้ว เช่นภ.4 ภ.8 ก็ต้องเลือกคนที่คุ้นเคยพื้นที่ มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ แต่ความรู้ความสามารถพอๆกันอยู่แล้ว แต่ละเลือกใครมีหลายองค์ประกอบขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงด้วย และยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองมาแทรกแซง ผมทำคนเดียว เรื่องนี้ผมต้องรับผิดชอบคนเดียวอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ ก็ไม่ยุ่ง บอกให้ความเป็นธรรมทุกคน ทำให้เหมาะสม ถ้ามีอะไรขึ้นมาผบ.ตร.ก็โดนก่อน บอกแค่ไปดูให้ดี ไม่แนะนำอะไร ไม่ยุ่งอยู่แล้ว” ผบ.ตร. กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน