Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 21 ต.ค. 2563

ราชกิจจาฯ ถอดยศ-คืนเครื่องราชฯ "10 นายตำรวจ" มีความผิดร้ายแรง

1 ต.ค. 2563 - 09:21 น.

พระบรมราชโองการ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ถอดยศ นายตํารวจ 10 ราย และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุกชั้นตรา เนื่องจากมีคดีร้ายแรง

วันนี้ (30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตํารวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศอดีตข้าราชการตํารวจ ออกจากยศตํารวจ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ว่าด้วยการถอดยศตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ข้อ ๑ (๒) (๔) และ (๖) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ ๖ ข้อ ๗ (๒) (๔) และ (๘)ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์พ.ศ. ๒๕๔๘ จํานวน ๑๐ ราย ดังนี้

๑. ร้อยตํารวจโท วันชนะ ผลพลังกุล ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีกระทําผิดอาญาฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนและร่วมกันมีอาวุธปืน

และเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒. พันตํารวจโท สมเกียรติ ทองสอาด ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์อันมิควรได้และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๓. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักย์ศิริ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากกระทําความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ

๔. ร้อยตํารวจโท สุชาติ สุดบุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์เป็นข้าราชการจําหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑(เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญจักรมาลา

๕. พันตํารวจเอก สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยกระทําผิดอาญาฐานร่วมกันลักทรัพย์ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์ มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ ช้างเผือกและเหรียญจักรมาลา

๖. พันตํารวจโท ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่นและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๗. พันตํารวจเอก ไพโรจน์ โรจนขจร ตั้งแต่วันที่ ๒๖พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตําแหน่งหรือหน้าที่

ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่นและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

๘. พันตํารวจโท จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายจับ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควรและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๙. พันตํารวจโท ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ ตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้

กระทําการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงกระทําหรือละเว้นการกระทําใด ๆ อันเป้นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑๐. พันตํารวจเอก เอกนรินทร์ ภุมม์สิมมานนท์ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากกระทําผิดอาญาฐานลักทรัพย์และทําร้ายร่างกายและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญราชการชายแดน

ทั้งนี้ อดีตข้าราชการตํารวจทั้ง ๑๐ รายดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี


 

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ราชกิจจาฯ ถอดยศ-คืนเครื่องราชฯ "10 นายตำรวจ" มีความผิดร้ายแรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง