สอบเครียดพ่อน้ำมนต์ 5 ชั่วโมง อ้างแค่ซื้อหมวกตำรวจใส่เล่น ทองก็ปลอม ยันไม่เกี่ยว

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเลี้ยง บัวใหญ่ และนางสำรอง บัวใหญ่ พ่อแม่ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ ที่หลอกลวงเจ้าบ่าวแต่งงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ เปิดใจหลังสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายบุญเลี้ยง ห้อยทองที่คอหนักกว่า 10 บาทนั้นมาจาก เงินสินสอดนั้นจริงหรือไม่ ด้านนายบุญเลี้ยง เผยว่า ทองเป็นของปลอม ซื้อตลาดนัดเส้นล่ะ 200-300 บาท ตนซื้อสร้อยมาเพื่อห้อยหลวงพ่อเงิน และใส่อยู่เป็นประจำ ส่วนกรณีตนสวมหมวกตำรวจนั้น ตนก็ซื้อมาตามตลาดนัด มือ 2  ใบละ 50-60 บาท แต่ไม่มีชุดตำรวจใส่ ซึ่งตนมีแต่หมวก และใส่เล่นเท่านั้นไม่ได้อวดอ้างที่ไหนว่าตัวเองเป็นตำรวจ ในส่วนกรณีชุดทหารตนก็ซื้อมาใส่ตามตลาดนัด ใส่กันหนาวซึ่งเป็นเสื้อผ้ามือ 2 เช่นกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในส่วนกรณีของนางสำรอง ที่มีการสวมชุดข้าราชการและใส่ไปงานมั่นลูกสาวด้วยมีจริงเท็จอย่างใดนั้น ด้านนางสำรอง กล่าวว่า ตนเป็นเพียงลูกจ้างประจำก็แค่ใส่ชุดขาวไปงานแต่ลูกสาวเท่านั้น ในส่วนรูปชุดขาวที่เห็นนั้นก็ถ่ายรูปเอาไว้เพื่อประดับบ้าน ซึ่งก็นำรูปดังกล่าวไว้ใช้ภายในที่ทำงานที่ตนทำอยู่ ซึ่งตนเป็นเพียงแม่ครัวเท่านั้นและชุดดังกล่าวก็เป็นเพียงชุดของทางร้านถ่ายรูปเท่านั้น

นายบุญเลี้ยง กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเหตุการณ์ที่เกินขึ้น วันนี้ตนก็รู้สึกสบายใจที่ได้เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจแก่เจ้าหน้าที่ ส่วนตัวพ่อก็ยังเสียใจเกี่ยวกับข่าวที่ลงอยู่ในโซเชียล ซึ่งมีการด่าทอกันไปต่างๆนาๆ โดยด่าทอกันทั้งตระกูลบัวใหญ่ ที่เป็นตระกูลที่ขี้โกง จนได้รับความเสื่อมเสีย เราเป็นคนจน สู้คนอื่นไม่ได้ การศึกษาเราก็น้อย ความรู้ทางกฎหมายก็ไม่มี ก่อนจะติดต่อผู้สื่อข่าวในพื้นที่ช่วยเหลือดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อปี 2555 ที่ น.ส.จริยาภรณ์ หลอกฝากเข้าทำงานที่ เทศบาลตำบลนาแห้ว มีการ พาดพิงว่ามีคุณพ่อคุณแม่เข้าไปร่วมเจรจาในการฝากเข้างานที่ อ.ด่านซ้ายร้านอาหารแห่งหนึ่งด้วย นั้น จริงหรือไม่

 

นายบุญเลี้ยง กล่าวว่า ลูกสาวไปเช่าเปิดร้านขายของทุกอย่าง 10 บาท ซึ่งเสาร์อาทิตย์ตนก็จะไปเยี่ยมอยู่บ่อยครั้ง ตนไม่เคยไปคุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย “สาบาน”และตนก็ไม่สามารถจะให้ข้อมูลตรงนี้ได้ซึ่งตนก็อยู่ส่วนตน เขาอาจจะไปนั่งคุยกันนั้นมันก็เรื่องของเขาแต่ว่าในเรื่องของการติดต่อให้นั้นไม่เลยไม่เคยและไม่มีความรู้ตรงนี้ ไม่ได้รับเงินใดๆทั้งนั้น

 

“วันนี้ตนเพียงจะมาชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยากจะฝากบอกลูกว่าลูกผิดก็ต้องรับผิดไม่มีใครช่วยได้พ่อแม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะดีจะเลวยังไงก็ลูกก็ยังคงรักเหมือนเดิมและอยากให้เป็นคนดีต่อไป ซึ่งตนก็คิดจะไปเยี่ยมอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะไปอย่างไร ซึ่งตนก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรก็อยากให้เรื่องของตนจบเสียก่อน ” นายบุญเลี้ยง กล่าว

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น นายบุญเลี้ยงก็มีท่าทีปวดหัวก่อนที่จะขอนักพักเพื่อที่จะเข้าไปสอบปากคำอีกครั้งต่อไป