พ่อแม่สุดเศร้า รับศพลูกสาววัย 26 ปี เหยื่อ รถไฟชนรถบัส ขณะเดินทางไปทอดกฐินที่ จ.ฉะเชิงเทรา เหมือนเป็นฝันร้าย เผยเป็นคนชอบทำบุญ-ตั้งใจจะกลับมาบ้านตอนปีใหม่
จากกรณี รถไฟชนรถบัส คณะทำบุญทอดกฐิน โดยเบื้องต้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ น.ส.นิดาวรรณ คำมะลา อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับศพกลับมาถึงบ้านเกิดที่บ้านเลขที่ 176 ม.2 บ้านนาจารย์ ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา โดยกำหนดฌาปนกิจศพวันที่ 13 ต.ค.นี้
สำหรับบรรยากาศงานศพที่บ้าน น.ส.นิดาวรรณ สาวโรงงานสายบุญผู้เสียชีวิต เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติและเพื่อนร่วมรุ่นที่ทราบข่าวเดินทางมาเคารพศพและแสดงความเสียใจกับการจากไปก่อนวัยอันควรตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะพ่อแม่และน้องสาว ที่ยังอยู่ในอาการช็อก ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
น.ส.ภาวินี คำมะลา อายุ 19 ปี น้องสาวของน.ส.นิดาวรรณ กล่าวว่า ตนรวมทั้งพ่อแม่และญาติทุกคน ยังอยู่ในอาการเหมือนฝันร้ายกับเหตุการณ์สูญเสียน.ส.นิดาวรรณในครั้งนี้ เพราะก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ไม่มีลางสังหรณ์หรือเค้าลางใด ๆ เลย ว่าพี่สาวจะมาประสบกับเหตุการณ์เลวร้ายถึงขั้นเสียชีวิตขณะกำลังจะเดินทางไปทำบุญกับเพื่อนที่ทำงานในโรงงานผลิตขวดน้ำหอมด้วยกัน
น.ส.ภาวินี กล่าวต่อว่า พี่สาวไปทำงานขายแรงงานที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่จบ ม.3 โดยไปกับญาติและเพื่อนบ้าน เพื่อหารายได้ส่งมาให้พ่อแม่สร้างบ้าน เป็นค่าปุ๋ยใส่นาข้าว และส่งเสียตนเรียนหนังสือ ในช่วงปีใหม่หรือสงกรานต์ของทุกปี จะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้งหนึ่ง แต่สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้มา เพราะสถานการณ์โควิด-19 แต่บอกว่าจะมาเยี่ยมบ้านช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้
“พี่สาวเป็นคนกตัญญูต่อบุพการีมาก และเท่าที่ทราบพี่สาวเป็นคนชอบทำบุญ ถึงแม้จะแต่งงาน มีสามีและลูก ก็ยังส่งเงินมาให้ทางบ้านอย่างสม่ำเสมอ การเสียชีวิตของพี่สาวจึงเหมือนเสียเสาหลักของครอบครัวไป ซึ่งกว่าอีกนานที่ทุกคนจะทำใจได้ คงเหลือแต่ความดีที่พี่สาวทำและฝากไว้ให้พวกเราจดจำ” น.ส.ภาวินี กล่าว
ด้าน นายเดชอนันต์ คำมะลา อายุ 47 ปี พ่อของน.ส.นิดาวรรณ กล่าวว่า ถึงตอนนี้ตนยังรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์สูญเสียชีวิตของลูกสาวคนโตไปอย่างไม่มีวันกลับ ตอนที่ทราบข่าวญาติโทรมาบอก ตนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวจะต้องมาประสบเหตุเสียชีวิต ทั้ง ๆ ที่จะไปทำบุญทอดกฐิน เพราะเป็นคนชอบทำบุญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และไม่น่าจะมาเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจอย่างนี้
นายเดชอนันต์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ครอบครัวก็คงจะลำบากมากขึ้น เพราะไม่มีคนส่งเสีย อีกทั้ง ยังจะต้องรับภาระเลี้ยงหลานสาวอายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของน.ส.นิดาวรรณที่ต้องกำพร้าแม่ อย่างไรก็ตาม คงฝากความหวังไว้กับบริษัทรถบัสคันที่ประสบเหตุ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อลูกสาวจะไม่เสียชีวิตฟรี และเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูและทุนการศึกษาให้กับหลานสาวที่เป็นเด็กกำพร้าแม่
_____________________________________________________
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


