เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กอร.ฉ. แถลงสถานการณ์อันเนื่องจากการชุมนุม พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยจากกรณีคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ 4/2563 เรื่อง ให้ตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามข้อ 2 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ทำให้มีการสั่งให้ตรวจสอบ และระงับการเผยแพร่ สื่อดังนี้ Voice TV, ประชาไท Prachatai.com, The reporter, THE STANDARD และ เยาวชนปลดแอก Free YOUTH นั้น

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ แถลงชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุผลในการออกประกาศฉบับที่ 4 เนื่องจากได้รับการแจ้งจากหน่วยข่าว ว่า ได้มีการนำเสนอข้อมูลอันอาจจะเกิดความสับสนปลุกปั่น จึงมีการออกประกาศออกมา แต่ต้องให้หน่วยงาน ทั้ง กสทช. และ DE ต้องพิจารณาข้อมูลที่ได้รับว่า ทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิด ก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในสภาวะปกติ เช่น ถอดเนื้อหาออกบางช่วง หรือ ระงับการออกอากาศ ก็ต้องขออำนาจศาล จึงขอแจ้งให้ทราบว่า การประกาศดังกล่าวยังไม่มีการบังคับใช้ เพราะต้องมีหลักเกณฑ์ข้อปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป

“กอร.ฉ.ยังไม่มีนโยบายจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อ และยังไม่มีการสั่งปิดสื่อ เป็นเพียงการจัดการข้อมูลข่าวสารที่มีปัญหาเป็นชิ้นๆ เป็นช่วงๆ ไป เพื่อจัดการไม่ให้เกิดความสับสน หรือสถานการณ์รุนแรงขึ้นได้ เพราะประโยชน์ประชาชนจึงจำเป็นต้องออกประกาศลักษณะดังกล่าวก่อน” พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าว

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ 13 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสื่อและข้อมูลข่าวสารในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพื่อบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏบนสื่อมวลชน เอกสาร หรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด ทั้ง สื่ออิเลกทรอนิกส์ ประชาชน ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงต่อประเทศ ให้รวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบพิสูจน์ทราบ บุคคลที่มีการเผยแพร่ รวมทั้งส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และระงับการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม พร้อมกำหนดมาตรการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมาย หรือทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ข้อมูลที่ใช้เนื้อหาไม่เหมาะสม

ด้าน พล.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า รายงานสถานการณ์รอบ กทม. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีประชาชน 12,000-14,000 คน พื้นที่ถนนสุขุมวิท สี่แยกอโศก มีผู้ชุมนุม 2,000 คน ถนนสุขุมวิท ขาเข้า และ ขาออก แยกบางนา มีผู้ชุมนุม 3,500 คน รวม ทั้งสิ้น 20,000 คน โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลประมาณ 2 กองร้อย สำหรับผู้กระทำความผิด ในรอบ 24 ชั่วโมง ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ควบคุมตัว นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน และอายัดตัวในข้อหา กระทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจาหนังสือ หรือด้วยวิธีอันใด ที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือ มิใดกระทำติชมด้วยความสุจริต ได้รับมอบตัวนายทศพร เสรีรักษ์ ซึ่งได้นำไปผัดฟ้องฝากขังศาลแขวงปทุมวันวันนี้

ยอดผู้กระทำผิด รวม 74 ราย บช.น.ยืนยันว่า จะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย สำหรับกลุ่มผู้กระทำผิด หลังประกาศยุติการชุมนุมที่แยกบางนา ได้ก่อความเสียหายตู้สัญญาณไฟจราจร ขณะนี้ สน.บางนา ได้รับคำร้องทุกข์ และจะขอออกหมายจับผู้กระทำความผิดต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน