รถบัสหมอลำ ศิลปินภูไท เสียหลักพลิกคว่ำ หลังกลับจากงานแสดงที่ตลาดปัฐวิกร เจ็บเกลื่อนถนน เสียชีวิต 2 ราย พบหนึ่งในนี้เป็นครูสอนแดนเซอร์
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 ธ.ค.2563 พ.ต.ท.พิชิต ทีปากร สารวัตร(สอบสวน) ส.ทล.2 (รามอินทรา) กก.8 บก.ทล. รับแจ้งเหตุรถบัสพลิกคว่ำ บริเวณวงแหวนกาญจนาตะวันออก (มอเตอร์เวย์) หลักกม.ที่ 32+700 มุ่งหน้าบางปะอิน แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่ช่องคู่ขนานก่อนถึงด่านชั่งน้ำหนักรถบรรทุกประมาณ 500 เมตร พบรถบัส ยี่ห้อวอลโว่ สีส้ม ทะเบียน 40-0262 กาฬสินธุ์ สภาพพลิกคว่ำตะแคงซ้ายพังเสียหายทั้งแทบ มีเสาไฟฟ้าหักเสียหาย 1 ต้น บริเวณที่เกิดเหตุพบผู้โดยสารในรถกระเด็นออกมานอนบาดเจ็บอยู่เกลื่อนพื้น และมีผู้บาดเจ็บติดค้างอยู่ภายในตัวรถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ อีกทั้ง ยังมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้เครื่องมือช่วยคนเจ็บและนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บประมาณ 28 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งที่โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 11 ราย, โรงพยาบาลธัญบุรี 5 ราย, โรงพยาบาลสายไหม 4 ราย, โรงพยาบาลลำลูกกา 2 ราย และโรงพยาบาลนพรัตน์ 5 ราย ส่วนอีก 1 รายบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ได้นำส่งโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย หนึ่งในสองเป็นครูสอนแดนซ์เซอร์ เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำรถเครนมายกรถบัส เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ติดค้างในตัวรถอีกหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบผู้ติดค้างเพิ่มเติม จึงตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเร่งเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบกับการจราจรในช่วงเช้านี้
จากการสอบถาม นายอำนาจ อุดมลาภ อายุ 51 ปี คนขับรถคันดังกล่าว ซึ่งบาดเจ็บศีรษะแตก ให้การว่า รถบัสคันที่ตนขับ เป็นรถบัสของหมอลำคณะภูไท มีผู้โดยสารในรถ 30 คน เป็นนักแสดงและศิลปินวงหมอลำคณะภูไท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาวประเภทสอง หลังจากทำการแสดงที่ตลาดปัฐวิกร ถนนนวมินทร์เสร็จแล้ว ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ก็ได้ขับรถเพื่อที่จะกลับจ.กาฬสินธิ์ โดยขับตามกันมา 4 คันรถบัส คันของตนเป็นคันแรก ถึงจุดเกิดเหตุตนมองไม่เห็นแบริเออร์จึงได้ปีนขึ้นบนขอบแบริเออร์ และเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าทำให้รถพลิกคว่ำ
ด้าน นายอินศร ซั่มศาสตร์ หรือ พ่อหลอด โฆษกและพิธีกรของวง กล่าวว่า ตนนั่งอยู่ฝั่งประตูด้านซ้ายข้างคนขับ ซึ่งรถบัสที่นั่งมาเป็นคันแรก ส่วนด้านหน้าเป็นรถขนเวที และมีรถบัสขับตามมาอีก 3 คัน ถึงจุดเกิดเหตุคนขับได้ขับรถเข้าเลนผิดไปเข้าด่านชั่งน้ำหนักรถบรรทุก จึงพยายามหักออกแต่ก็ไปปีนขึ้นบนขอบแบริเออร์จนรถเสียหลักพลิกคว่ำ
นายอินศร กล่าวต่อว่า ซึ่งตนพยายามคลานออกมาจากรถ และพยายามตะโกนถามว่าใครเป็นอะไรหรือเปล่า และพยายามช่วยคนที่บาดเจ็บแต่ยังมีสติให้ออกมาด้านนอกรถก่อน เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกคนเป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันมา ทั้งนี้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งที่ 2 เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2561 ก็เคยเกิดอุบัติพลิกคว่ำลงข้างทาง แต่ในตอนนั้นไม่มีผู้เสียชีวิต
เบื้องต้นหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำคนขับรถ และพยานที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติม รวมถึงรอจตรวจสอบอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




