ยังไร้วี่แววคนร้ายยิงหนุ่มไปรษณีย์ พ่อยันไม่เผาลูกจนกว่าจะจับฆาตกรได้ จี้ลากตัวขอขมาศพ (คลิป)

กรณีคนร้ายบุกยิงนายจตุวิทย์ คงเดิม อายุ 26 ปี ชาวอ.กะปง จ.พังงา อาชีพพนักงานไปรษณีย์ เสียชีวิต บริเวณฝั่งตรงข้ามเซเว่นอีเลฟเว่น ติดกับหน้าที่ว่าการอำเภอกะปง จ.พังงา และห่างจาก สภ.กะปง ประมาณ 100 เมตร เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา สืบสวนทราบว่านายจตุวิทย์ขี่รถจักรยานยนต์ (ป้ายแดง) เพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน คนขี่มีลักษณะสูงใหญ่ ประกบรถของผู้ตายบังคับให้หยุด ก่อนใช้ปืนยิง 3 นัด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว มือปืนเหี้ยม! ประกบรัวปืน 3 นัดซ้อน ยิงหัวหนุ่มไปรษณีย์ดับ ทั้งที่อยู่ห่างโรงพักแค่ 100 เมตร

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายธำรงค์ คงเดิม หรือโกไข่ช้าง บิดาของนายจตุวิทย์ คงเดิม เปิดเผยว่า วันนี้ก็ถือเป็นการสวดอภิธรรมศพที่วัดอินทภูมิ ม.2 บ้านปากถัก อ.กะปง เป็นคืนที่ 3 แล้วที่ลูกชายของตนเองถูกยิงเสียชีวิต ถ้ารวมวันที่เกิดเหตุด้วยก็ถือว่าเป็นวันที่ 5 แล้ว และจะสวดอภิธรรมศพเป็นจำนวน 5 คืน โดยทางด้านเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ กับกรณีดังกล่าวและไม่ได้ติดต่อหรือมาพูดคุยกับครอบครัวตนเองใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งถ้าภายใน 1-2 วันนี้ถ้าทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ก็จะเตรียมนำศพไปร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอกะปง จังหวัดพังงา และยืนยันว่าจะไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะจับตัวคนร้ายได้ คดีนี้มือปืนเป็นคนมีสีเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเองจึงขอวิงวอนขอความเป็นธรรมแก่ ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเร่งดำเนินคดีนี้อย่างเร็วที่สุด และนำคนร้ายมาขอขมาศพ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุดด้วย

ขณะที่หน้าบริเวณสถานีตำรวจภูธรอำเภอกะปง เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ทางด้านผู้สื่อข่าวเดินทางไปติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ กลับไม่มีตำรวจคนใดกล้าให้ข้อมูล ได้แต่พูดสั้นๆว่า คนร้ายติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว แต่มาถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แววของการเข้ามอบตัวใดๆทั้งสิ้น

ส่วนชาวบ้านในเมืองกะปงต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงเหตุการณ์ยิงกันตายในชุมชน ซึ่งถือเป็นแหล่งผู้คนพลุกพล่านใจกลางเมืองกะปง จังหวัดพังงา ที่ไม่เคยเกิดคดีร้ายแรงและสะเทือนขวัญเช่นนี้มาก่อน คนร้ายกล้าลงมือในเวลากลางวันแสกๆ ที่เกิดเหตุติดกับสำนักงานอำเภอกะปง และห่างจากโรงพักแค่ประมาณ 100 เมตรเท่านั้น ขณะนี้จึงทำให้ชาวบ้านต่างพากันขวัญผวาอย่างหนัก โดยร้านค้าส่วนใหญ่ที่ขายของระหว่างที่เกิดเหตุขณะนี้ได้ปิดกิจการ และปิดปากเงียบไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัย จึงขอให้ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยเร็ว

บทความก่อนหน้านี้โฮมสเตย์บ้านสามขา ยาสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและชุมชน
บทความถัดไปตม.มุกดาหารลงพื้นที่พบสามล้อ! ทำความเข้าใจปัญหาลักลอบเข้า-ออกราชอาณาจักร หวังสร้างเครือข่าย