เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการส่งคำปรารภร่างรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องรอพระปรมาภิไธยของพระองค์ใหม่ด้วยหรือไม่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาตามที่รัฐบาลได้ส่งไป และทราบว่าจะมีคำวินิจฉัยในสัปดาห์หน้า ซึ่งรัฐบาลได้ถามไว้ 2 ข้อ คือ 1.เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น โดยไม่ได้คาดหมายจะสามารถแก้ได้หรือไม่ 2.ใครเป็นคนแก้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หรือไม่ เพราะเป็นผู้ร่างมาแต่เดิม หรือให้รัฐบาลแก้เพราะเรื่องมาถึงมือรัฐบาลแล้ว หรือจะเป็นสำนักราชเลขาธิการแก้ไข เพราะกว่าจะปรากฏความชัดเจนว่า จะแก้อย่างไรรัฐบาลคงส่งไปถึงสำนักราชเลขาธิการแล้ว จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และเมื่อผลคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็จะปฏิบัติตาม
“หากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้ ให้ปล่อยไปไว้อย่างนั้น ถ้าศาลบอกว่าแก้ได้ และระบุใครเป็นคนแก้ คนที่ศาลสั่งก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนจะแก้อย่างไรมีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ลำบากเพราะมีแบบอย่างมาตลอด ไม่ว่าการลงนามจะเป็นการลงนามโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ก็ตาม ซึ่งความจริงปรากฏชัดแล้วว่า มีพระราชบัณฑูรจะทรงลงพระปรมาภิไธยเอง ฉะนั้นเวลาแก้ก็ต้องแก้ไปตามนั้น ส่วนพระปรมาภิไธยจะว่าอย่างไรนั้น ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะปกติก่อนจะบรมราชาภิเษกนั้น พระปรมาภิไธยพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาล ก็จะไม่เปลี่ยนเท่าไรคือใช้พระนามเดิม พระนามจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อได้บรมราชาภิเษก ที่เราเรียกว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดขึ้นหลังจากบรมราชาภิเษก เมื่อก่อนบรมราชาภิเษกนั้น ท่านยังเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจุฬาลงกรณ์” นายวิษณุ กล่าว