ผบ.ตร. เปิดโครงการ จัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ แนะ 9 ข้อ ห้ามตำรวจทำบนโซเชียล
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรถนะ หัวหน้าจเรตำรวจ ร่วมกันแถลงเปิดตัว “โครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการสำรวจ”
- อ่าน ช้าก่อน!! เหยียบ 120 นำร่องบนถนนแค่สายเดียว ลุ้นประกาศใช้ปลายปี
- อ่าน ด่วน! ไพบูลย์ ตอบชัด “แก้รัฐธรรมนูญ” แท้งแล้ว หลังศาล รธน. ชี้แบบนี้
- อ่าน จับหนุ่มแม่ฮ่องสอน ผิดม.112 ตร.กรุงจ่อฟันอีกคดี เผาหน้าศาลอาญา
พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่าโครงการนี้เป็นเสมือนคู่มือแนะนำข้าราชการตำรวจทุกระดับให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เกิดประโยชน์และถูกต้อง หลังพบว่ามีข้าราชการตำรวจใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสม เช่น ล้อเลียน กลั่นแกล้ง แสดงกิริยาขบขันจนเกินขอบเขต
ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือจากสังคม รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์ละเมิดบุคคลอื่น หรือกระทำผิดกฎหมายจนเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งข้าราชการตำรวจควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม
สำหรับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ ในรูปแบบข้อความ รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว 9 ข้อ คือ 1.ข้อมูลที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือ ส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3.ข้อมูลที่มีลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือนโฆษณา ชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
4.ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้ 5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร เป็นต้น
6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรมรวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน 8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือ Malware ทุกประเภท
9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกรอบให้ มั่นใจว่ากรอบที่เราวางจะปกป้องเขา แต่หากทำนอกกรอบ มีผลกระทบเชิงลบต่อหน้าที่การงาน ก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำ
ภาพลักษณ์ตำรวจที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ตลกได้เป็นบางครั้ง ต้องดูสถานการณ์และเวลา ทั้งนี้คงไม่สั่งให้ลบสิ่งที่โพสต์ไว้ในอดีต แต่ขอให้พิจารณาว่าอะไรที่ทำแล้วสุ่มเสี่ยงต่อการถูกแปลเจตนาไปผิดๆ ต้องระมัดระวัง ซึ่งตอนนี้ก็ให้กรอบกว้างๆ ไว้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกันก่อน
ด้านพล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการลงโทษใคร ยืนยันว่าตำรวจมีสิทธิ์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ แต่ต้องตามมาด้วยความรับผิดชอบและหน้าที่ เพราะตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย เราอยากจะสื่อภาพออกไปให้ตำรวจเป็นที่พึ่งได้ สื่อสารภาพที่ตำรวจสุภาพเรียบร้อย
“ที่ผ่านมาน้องๆ อาจถ่ายคลิปตลกขบขัน ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ ส่วนกรณีแต่งนอกเครื่องแบบอยู่ที่บ้าน แล้วใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้วิจารณญาณ เรื่องนี้ไม่มีถูกผิด แต่ต้องเข้าใจจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จะใส่หรือไม่ใส่เครื่องแบบแต่เป็นตำรวจ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ถอดเครื่องแบบไปเต้นอะไรก็ได้ มันไม่งดงาม”
- อ่าน ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ ถ้าจะทำ รธน.ใหม่ ต้องทำประชามติ ทั้งก่อนและหลัง
- อ่าน อดีตนายแบบ ขับยาริส พุ่งเสยท้ายรถบรรทุกบนด่วนฉลองรัช คาที่ เจ็บ3