จากกรณี เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เวลา ประมาณ 01.30น. คณะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติกรกรมการปกครอง เจ้าพนักงานสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โคกคราม ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ ร้าน need ย่านลาดปลาเค้า พร้อมจับกุมนายพิพัฒิน์ นหพรมพะเนาว์ นายกิตติพงษ์ พลายมี และนายอนุรักษ์ ถึงหยู
แจ้งข้อหา ตั้งสถานบริการ และจำหน่ายสุราในเวลาห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีประกาศประกาศกำหนดห้าม ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย/ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และยุยงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำโดยการจำหน่ายสุราแก่เด็ก โดยสามารถจับเด็กอายุไม่ถึงที่กฎหมายกำหนดได้ถึง 60 คน

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ลงนามในคำสั่งบก.น. 2 ที่53/2559 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน เพื่อให้การบริหารงานในภาพรวมตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายจอง บก.น.2 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส ดังนั้นจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 มาตรา32(4) และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2557 และระเบียบ ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
จึงให้ข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล2 และรักษาราชการแทน ดังนี้ 1.พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก.สน.โคกคราม 2.พ.ต.ท.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รองผกก.ป.สน.โคกคราม 3.พ.ต.ท.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ รองผกก.สส.สน.โคกคราม4.พ.ต.ท.สุทัศน์ แดงประดับ สวป.สน.โคกคราม 5.พ.ต.ต.จักรพงศ์ ตราบดี สว.สส.สน.โคกคราม และมอบหมายให้พ.ต.ท.ปราศรัย จิตตสนธิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล2 รักษาราชการแทนผกก.สน.โคกครามอีกหน้าที่หนึ่ง และให้พิจารณามอบหมายหน้าที่ให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด สน.โคกคราม รักษาราชการแทนตำแหน่งที่ว่างตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบสถานบริการเปิดเกินเวลาหรือการมั่วสุมในสถานบริการนั้น ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดมาโดยตลอด ภายหลังจากการประชุมขับเคลื่อนนโยบายทุกครั้งก็มีการตรวจสอบพร้อมกวดขันเกี่ยวกับคดีการกระทำความผิดเกี่ยวร่างกายทรัพย์สิน โดยเฉพะอบายมุขและสถานบริการที่มีในพื้นที่บช.น.อย่างเข้มงวด หากปล่อยปละละเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ
