จับหนุ่มวิ่งราวทรัพย์สาวช่อง5! เช็คประวัติพบก่อคดีเพียบทั่วกรุง เหยื่อเผยทุกวันนี้ยังผวาอยู่

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รรท.รองผบช.น. พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รรท.ผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลจับนายบรรพต หรือโอม หรืออาร์ม ถิ่นวงษ์ม่อม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 459 ซ.เขมาเนรมิตร แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ พร้อมกระเป๋าถือแบบสตรี แบรนด์เนมจำนวนหลายมาก เสื้อแจ็คเก็ต 3 ตัว โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว เลขทะเบียน 6กท2922 กรุงเทพฯ แหวนพลอย และกล่องเครื่องมือ โดยจับกุมได้บริเวณถ.ประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 32 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

พ.ต.อ.เสนิต กล่าวว่า สืบเนื่องจากคดีดังกล่าว เกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.30 น. บริเวณทางเท้าหน้าสถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ คนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์กระชากกระเป๋าถือของผู้เสียผู้เสียหาย จึงสั่งการชุดสืบสวนเร่งติดตามพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรผิดเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่าคนร้ายดังกล่าวคือนายบรรพตพักอาศัยอยู่บริเวณห้องพักย่านเตาปูน

พ.ต.อ.เสนิต กล่าวต่อว่า จากนั้น จึงได้ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากที่พักของผู้ต้องหาจนพบ ผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวดำ ทะเบียน 6กท2922 กรุงเทพฯ หมวกกันน๊อคที่ใช่ก่อเหตุ และของกลางอื่นๆ เป็นกระเป๋าต่างๆ โดยเฉพาะแหวนและโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายที่คนร้ายได้เอาไป ทั้งนี้ ฝากเตือนผู้เสียหายหากมีเหตุดังกล่าวสามารถติดต่อแจ้งเบาะแสมาที่บก.น.1 หรือพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเข้ามาดูของกลางที่ถูกวิ่งราวทรัพย์ได้

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่สน.พหลโยธิน สน.สุทธิสาร สน.บางซื่อ รับสารภาพทั้งหมด 11 คดี ส่วนประวัติผู้ต้องหาเคยต้องคดีมาก่อน คือ เคยต้องโทษเกี่ยวกับคดียาเสพติดและลักรถจักรยานยนต์สน.เตาปูน 6 คดี ได้แก่ คดีเสพยาเสพติดให้โทษ ปี 2551 คดีครอบครองยาเสพติด 2 คดี ปี 2554 คดีลักรถจักรยานยนต์ สน.เตาปูน ปี 2554 คดีลักรถจักรยานยนต์ ปี 2555 คดีเสพยาเสพติดให้โทษ ปี 2559

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.อภิชญา ก้อนแก้ว อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่สัญญารายการ ททบ.5 ผู้เสียหาย กล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุตนกำลังเดินทางกลับบ้านตามปกติ โดยใช้เส้นทางดังกล่าวมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี เพื่อขึ้นรถตู้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลับเวลาดังกล่าวตามปกติเพราะต้องเข้าเวรเลิกงานประมาณ 19.00 น. คิดว่าคงไม่มีอะไรเนื่องจากก็มีคนเดินผ่านไปผ่านมา จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

น.ส.อภิชญา กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประสานข้อมูลอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทุกวัน จนกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ดังกล่าว โดยพบว่ามีแหวนที่คนร้ายใส่และมือถือที่เป็นของกลางเพิ่งซื้อมาเป็นของตน ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาตนยังหวาดระแวงอยู่ เวลาจะออกไปข้างนอกจะออกไปกับพ่อและแฟน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนต้องใส่เฝือกเข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฝากเตือนให้คนอื่นๆ ระมัดระวังระหว่างที่ถือกระเป๋าออกมาใกล้กับถนนให้ระวังเพราะเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ