ลูกน้องแฉนาที ‘โมนา’ฆ่าโหด ‘น้องน้ำ’ที่กทม. ก่อนช่วยกันแบกศพขึ้นรถไปฝั่งอำพราง (คลิป)

จากกรณีพบศพน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ถูกฆ่าฝังดินอำพรางไว้ใต้ต้นตาลในไร่ ต.หนองโสน อ.เมืองเพชรบุรี ในสภาพเหลือแต่โครงกระดูก ต่อมานางจันทิรา ศรีศักดิ์ แม่น้องน้ำ ออกตามหาลูกสาวนาน 5 ปี พร้อมร้องทุกข์นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ และพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ก่อน พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเชิด รรท.ผบก.ป. สืบสวนและจับกุมน.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี นายจ้างสาวของน้องน้ำ สารภาพทุบตีน้องน้ำจริง แต่ไม่ได้รุนแรงถึงตาย พร้อมปฏิเสธไม่รู้เห็นกับการเสียชีวิต โดยมีเพื่อนเป็นสาวทอมร่วมก่อเหตุ ด้านแม่น้องน้ำระบุลูกสาวโดนล่ามโซ่และทำร้ายร่างกายทุกวันจนเสียชีวิต ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 13 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ กก.5.บก.ป. นำตัวนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ หรือผู้ใหญ่บอย อายุ 43 ปี น.ส.มด (นามสมมติ)
น.ส.ปรารถนา หรือเม้าท์ ท้วมทรัพย์ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ร่วมกันฆ่าน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ร่วมกับน.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์
มาที่ กองกำกับการ 5 เพื่อให้ พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยทั้งหมดมีความผิดในคดีอาญา ข้อหาช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยหลังจากสอบปากคำกว่า 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.ไมตรี เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า คดีนี้แบ่งผู้ต้องหาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือน.ส.กฤษณา ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.และอีกส่วนก็คือกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือทั้ง 3 รายที่จับกุมเพิ่ม ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกันนำศพนำศพน้องน้ำไปฝังที่ จ.เพชรบุรี เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ และให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่ในการนำศพไปฝังกันอย่างชัดเจน

พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของน.ส.ปรารถนา ซึ่งถูกน.ส.กฤษณา หรือโมนา ซัดทอดว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้เสียชีวิตนั้น จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ยังไม่พบว่าน.ส.ปรารถนา มีส่วนร่วมในการลงมือก่อเหตุแต่อย่างใด อีกทั้งจากการสอบปากคำน.ส.ปรารถนา ก็ให้การปฏิเสธเกี่ยวกับกรณีการทำร้ายผู้เสียชีวิต ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอศพผู้เสียชีวิตถึงพอจะทราบผลแล้ว แต่ก็ยังอยู่ระหว่างรอผลจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวอีกว่า การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้ง 3 รายนี้ ถือว่าได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีครบทั้งหมดแล้ว และสามารถตอบคำถามสังคมได้ทุกคำถาม เนื่องจากที่ผ่านมาหลังจากจับกุมน.ส.กฤษณา ไว้ได้แล้ว ยังมีผู้สอบถามถึงกรณีผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลือ และจับกุมตัวมาดำเนินคดีไว้ได้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี น.ส.กฤษณาได้รับการประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาล เป็นเพราะพยานหลักฐานทางคดีอ่อนหรือไม่ พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นดุลพินิจของศาล ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของตำรวจ แต่หากพบว่ามีการเข้าไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานในคดี ก็อาจมีการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ยกเลิกการปล่อยตัวชั่วคราวได้

ส่วนกรณีที่นางจันทิรา มารดาของผู้เสียชีวิต ร้องทุกข์ว่ามีโทรศัพท์จากชายลึกลับติดต่อเข้ามาหาโดยขอให้ล้มคดี และทำให้หวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตนั้น เท่าที่สอบถามแล้วพบว่า นางจันทิรา ไม่ได้ถูกโทรศัพท์มาข่มขู่โดยตรง และยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า น.ส.ปราถนา ยังให้การถึงเรื่องที่ถูกน.ส.โมนาให้การซัดทอดว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำ เพราะปกติน้องน้ำจะพูดคุยกับตนแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ถูกทำร้ายก็เป็นเพราะว่าน้องน้ำมีนิสัยค่อนข้างดื้อ น.ส.โมนาสั่งให้ทำงานบ้านอะไรก็ไม่ค่อยยอมทำ ก็เลยทำให้น.ส.โมนาซึ่งปกติอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว ถึงกับต้องลงมือลงไม้บ่อยครั้ง ก่อนที่เสียชีวิตประมาณ 3 วันน้องน้ำก็ถูกทำร้ายอีก จนครั้งนี้ก็ถึงกับนอนซม แต่ไม่ได้ถูกขังหรือถูกล่ามโซ่แต่อย่างใด แต่ก็เป็นด้วยความที่นิสัยดื้อ หลังถูกทำร้ายก็เลยแสดงอาการต่อต้าน จึงไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำ และยังปล่อยอุจจาระ, ปัสสาวะเรี่ยราดกลางห้องพัก จนทำให้น.ส.โมนาถึงกับโมโหสุดขีด ก็เลยลงมือทำร้ายน้องน้ำหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

“ตัวหนูเองจะกล้าไปทำไรอะไรเด็กของคุณโมนา เด็กเขาใครจะกล้าไปเตะ จะมีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งหลังจากพบว่าน้องน้ำตายไปแล้ว หนูเองก็ยังเป็นคนที่แบกศพไปขึ้นรถ เพื่อไปติดต่อที่วัดแห่งหนึ่งในอ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อเผาศพ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมเผาให้ เพราะไม่มีใบมรณบัตร จึงต้องเอามาฝังแทน ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุแล้วหนูก็คิดไว้แล้วว่า ซักวันพวกเราจะต้องถูกจับอย่างแน่นอน” น.ส.ปราถนา กล่าว