ลั่นยังไหวอยู่ ‘ตูน’ ฮึดวิ่งแม้เจ็บขา ออกจากเมืองคอนมุ่งหน้าเข้าสุราษฎร์ธานีแล้ว (คลิป)

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ตูน บอดี้สแลม หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องดัง ออกวิ่งตามโครงการก้าวคนละก้าว ครั้งที่ 2 จากอ.เบตง จ.ยะลา ไปถึงอ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร จัดหาเงินบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าได้ยอดบริจาค 700 ล้านบาท เป็นวันที่ 14 และนับเป็นวันที่ 4 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยตูนวิ่งออกจากที่พักวัดกลางนิคมพัฒนาราม บ้านเขาฝ้าย ต.ทุ่งใหญ่ อ.สิชล ตั้งแต่เวลา 07.15 น.วันนี้ ไปตามถนนสาย 408 ผ่าน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และจะเข้าจุดพักแรกที่บ้านครอบครัวนาวารัตน์ วีเจที พาราเอ็นเตอร์ไพรส์ เขต อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 11.7 กม.

ตลอดเส้นทางที่ตูนและคณะวิ่ง มีประชาชนมาให้กำลังใจและร่วมบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง และส่งเสียงเชียร์ “พี่ตูน สู้สู้” ตลอดเวลา มีขบวนรถแพทย์ พยาบาล มูลนิธิ และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน คอยอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ โดยปกติตูนจะเริ่มวิ่งเวลา 04.30 น.ทุกวัน แต่ที่ช้าเนื่องจากต้องปรับแผนการวิ่ง เพราะได้รับบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายเท้าขวา สังเกตได้ว่าขณะวิ่งตูน จะมีอาการกะโผลกกะเผลกและจะวิ่งช้ากว่าปกติ เพื่อป้องกันอาการเจ็บเพิ่มขึ้น

ในขณะที่ทีมงานระบุว่า อาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย ตามหลักต้องพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่ตูนไม่ยอมพัก โดยระบุว่า “ยังไหวอยู่” โดยวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายในการวิ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกจากอ.สิชล และ อ.ขนอม เข้า อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ต่อไป ส่วนยอดเงินบริจาคก่อนเข้า จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้รวมทั้งกว่า 230 ล้านบาทแล้ว และในวันพรุ่งนี้ ตูน จะหยุดวิ่ง 1 วัน

สำหรับบรรยากาศที่เขตรอยต่อ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี คณะตูน ได้ไปถึงในเวลา 09.40 น. ซึ่งชาวสุราษฎร์ธานีได้ถือป้ายต้อนรับระบุว่า “พี่ตูนบอกว่า คนนครส่งกำลังใจให้หมอ สู้สู้ พยาบาลสู้สู้” นอกจากนั้นยังมีทีมพยาบาลจาก รพ.ขนอม มาถือป้ายขอบคุณทีมก้าวที่เติมกำลังให้พวกเรา และภูมิใจที่ได้ร่วมก้าวกับตูน อย่างไรก็ตามคณะตูนได้ผ่านเข้าเขต จ.นครศรีธรรมราช เข้า จ.สุราษฎร์ธานี เวลา 09.40 น. ก่อนเข้าพักจุดแรก

สำหรับ ด.ช.ปฏิพาน บัวทอง หรือน้องฟิก อายุ 13 ปี ขาขวาพิการใช้ไม้เท้าวิ่งไปกำลังใจพี่ตูน ที่เขต อ.ท่าศาลา เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ทางก้อย รัชวิน แฟนของตูน ขอชื่อที่อยู่เพื่อจะให้การช่วยเหลือในภายหลังต่อไป