“ลูกป๋า” ยัน “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ไม่เกี่ยวข้องโครงการของ “ป๋าเปรม” ระบุไม่เคยให้เข้าพบ หลังตรวจสอบพบว่าพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ เผย แพทย์หญิง ถูก ญาติ-เพื่อน ดึงไปเป็นผู้บริหาร เข้าร่วมโครงการขายทัวร์หมอ

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.64 พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์ของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน อ้างถึงประธานองคมนตรีให้เกียรติเข้าไปติดตามโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้เพื่อนำไปเผยแพร่ในรายการโทรทัศน์ ว่า กิจกรรมในโครงการดังกล่าวอนุญาตให้ทุกสื่อเข้าไปติดตามนำเสนอข่าวได้โดยอิสระ ไม่ใช่เจาะจงให้ใครมาถ่ายทำเพื่อนำเสนอเป็นการเฉพาะ และเท่าที่จำได้ นายประสิทธิ์ เคยเข้ามาพบตนพร้อมกับผู้ผลิตรายการในสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง แต่ตอนหลังผู้ผลิตรายการคนนั้นก็มาบอกตนว่า ไม่ได้ทำรายการนี้กับนายประสิทธิ์ เพราะพฤติกรรมของ นายประสิทธิ์ ไม่น่าไว้วางใจ

พล.อ.พิศณุ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านั้น นายประสิทธิ์ ยังเคยมาพบตนที่สำนักงาน ภายในบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อขอเข้าพบ พล.อ.เปรม โดยมาเล่าว่าตัวเขาเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดกระบี่ ที่ประสบความสำเร็จ และอยากจะทำโครงการที่ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตนจึงได้ตรวจสอบข้อมูลไปที่ นายทรงพล สวาดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในขณะนั้น แต่อดีตท่านผู้ว่าฯ ก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จึงได้รับข้อมูลว่านายประสิทธิ์ เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่น่าไว้วางใจ ตนจึงไม่อนุญาตเข้าพบ แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้มาอวยพรในวาระต่างๆ หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ ไม่ใช่มีแค่นายประสิทธิ์ แต่หลายคนที่อยากจะเข้าพบ เพื่อต้องการนำภาพไปแอบอ้างหรือหาประโยชน์ แต่ก็พยายามตรวจสอบข้อมูล

ขณะที่ แหล่งข่าว เปิดเผยว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว แพทย์หญิง ยศพันโท ไปสอบสวนนั้นอยู่ในกระบวนการทางคดี หากพบหลักฐานว่ามีความผิดจริง และต้องฟ้องร้องดำเนินคดี ก็ต้องพิจารณาพักราชการ แต่ขณะนี้ยังไม่ต้องดำเนินการแต่อย่างใด สำหรับแพทย์หญิง คนดังกล่าวได้เข้าไปร่วมในธุรกิจนี้ประมาณ 2 ปีกว่า โดยการชักชวนจากญาติ และเพื่อนที่รู้จัก รวมทั้งชักชวนให้เข้าไปเป็นผู้บริหาร ทำโครงการเกี่ยวกับ หมอเที่ยวไทย ลักษณะเป็นการขายทัวร์ โดยระหว่างการทำธุรกิจไม่ได้ใช้ยศทางทหาร หรือ นำกองทัพไปแอบอ้าง นอกจากนั้น บริษัทยังบริจาคทุนการศึกษาทุนละ 1 หมื่นบาทให้กับโรงเรียนในพื้นที่ในปีการศึกษาที่ผ่านมา ทั้งนี้ในจังหวัดนครราชสีมา ยังไม่มีผู้เสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน