จากกรณีศาลจังหวัดนครพนมอนุมัติหมายจับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำสืบ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี ในการพิจารณาคดีอาญา และซ่องโจร” ตามที่นายสับ วาปี เข้ามอบตัวกับตำรวจซัดทอดว่านางจอมทรัพย์ และนายสุริยา เป็นผู้ว่าจ้างให้สารภาพผิดคดีขับรถชนคนตาย แทนนางจอมทรัพย์ เพื่อหวังรื้อฟื้นคดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว ล่าสุดตำรวจบุกจับนางจอมทรัพย์ ที่บ้านพักเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา และไม่ให้ประกันตัวตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (บก.ภ.จว.นครพนม) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบ.ช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เดินทางมาประชุมคณะชุดคลี่คลายครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หลังจับกุมตัวได้พร้อมนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ได้ที่กทม.

โดยพล.ต.อ.วิระชัย เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนแต่ละสภ.3 แห่งในพื้นที่ จ.นครพนม และพนักงานสอบสวน 3 จังหวัดคือ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายหาขบวนการผู้อยู่เบื้องหลังโดยเร็ว

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ในการสอบปากคำนางจอมทรัพ ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ให้รายละเอียดถึงขั้นตอนในขบวนการทั้งหมด ในการยื่นขอรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นขบวนการ ส่วนของนายสุริยา หรือครูอ๋อง สอบปากคำไปส่วนหนึ่งแล้ว วันนี้จะสอบเพิ่มเติม

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ประวัตินายสุริยานั้น พบว่าเคยกระทำความผิดในคดีต่างๆ มากถึง 4 ครั้ง ไม่รวมครั้งนี้ ครั้งแรกที่สภ.คำชะอี คดีที่ 92/2537 เหตุเกิดเมื่อ 23 พ.ค.2537 ในข้อหาเแปรรูปไม้ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2555 ตามเลขคดีที่ 79/2555 สภ.คำชะอีเช่นเดียวกัน ในคดีสนับสนุนการแปรรูปไม้ ครั้งที่ 3 เคยถูกจับกุมในข้อหามีไม้หวงห้ามคือไม้พะยูง ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดขึ้นที่สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 26ต.ค.2555 ตามคดีหมายเลขดำที่ 1657/2556 และหมายเลขแดงที่ 617/2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 เดือน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2557 ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และคดีที่ 4 คดีทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555 เหตุเกิดที่ สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เลขคดีของ สภ.คำชะอีที่ 176/2559

“นอกจากนี้ยังจะตรวจสอบข้อมูลว่านายสุริยามีความสัมพันธ์กับนายสับอย่างไร โดยก่อนที่นายสับจะมาให้ปากคำอ้างเป็นผู้ขับรถชนแทนครูจอมทรัพย์ นายสับก็เคยถูกดำเนินคดีเรื่องไม้เหมือนกันเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2556 และนายสับยังเคยถูกจับกุมข้อหารับไว้ด้วยประการใดๆ ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาไปเสียซึ่งของป่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ที่สภ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ตามคดีเลขที่ 160/2556 และในช่วงนี้เองที่ครูอ๋องเข้ามาช่วยเหลือทางคดีกับนายสับ” พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

รอง ผบ.ตร. ระบุว่า ส่วนนายเสริฐ รูปสะอาด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกน้อง เป็นมือเลื่อยไม้ให้นายสุริยา ซึ่งนายสุริยาเคยให้นายเสริฐ มาเป็นผู้ต้องหาหรือว่าเป็นแพะ ในคดีขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง ถึงแก่ความตาย แทนครูจอมทรัพย์ ตอนหลังปรากฏว่า นายเสริฐไม่มีใบขับขี่และขับรถไม่เป็น จึงได้เปลี่ยนตัวเป็นนายสับ จึงเป็นที่มาของตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการปั้นพยาน เพื่อขอรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่ของครูจอมทรัพย์

“ขณะนี้นายสุริยาต้องการพบทนายก่อน ถึงจะสอบสวนปากคำได้ เช้านี้จะดำเนินการสอบสวนปากคำต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบการออกหมายจับเพิ่ม เมื่อสรุปพยานหลักฐานยืนยันว่าใครบ้างเป็นผู้กระทำผิด และมีน้ำหนักเพียงพอจะออกหมายจับกุม ก็จะขออนุมัติออกหมายจับเป็นผู้ต้องหาในคดีต่อไป” รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการสอบพยานที่พาดพิงถึงข้าราชการบางคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้เกี่ยวข้องได้ส่งคำให้การขึ้นมาแล้ว บางส่วนอยู่ที่พนักงานสอบสวนนำมามอบให้ จึงต้องรอคำให้การเหล่านั้นมาถึง จะวิเคราะห์ได้ว่าใครเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

เมื่อถามว่า นางจอมทรัพย์มีการกล่าวพาดพิงถึงดีเอสไอหรือกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พาดพิงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุคคลธรรมดา เราจะไปสอบปากคำหมด จากคำให้การของนายสุริยา ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน มีพยานที่เป็นเอกสารหลักฐาน มีพยานหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานอยู่ในสำนวนการสอบสวน ว่าครูจอมทรัพย์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเพียงใด แค่ไหน

“ครูจอมทรัพย์ยังได้ยืนยันว่าได้ทราบจากนายสับโดยตรง ขณะอยู่ระหว่างการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ ในที่พักโรงแรมในกรุงเทพฯ ทราบว่านายสับได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ว่าถูกจ้างมาเป็นพยานเท็จเป็นเงิน 4 แสนบาท ขณะนั้นครูจอมทรัพย์กับนายสับก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องอื่นๆด้วย ก่อนจะมาเบิกความที่ศาล ก็ชัดแล้วว่าครูจอมทรัพย์ทราบถึงการเป็นพยานเท็จของนายสับมาก่อน เป็นเหตุให้นายสับไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นศาล” รอง ผบ.ตร.กล่าวและว่า นายสับขึ้นเบิกความในชั้นไต่สวน ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับรถยนต์ชนนายเหลือถึงแก่ความตาย แล้วนำเงินไปช่วยเหลือค่าทำศพนายเหลือ 1.7 แสนบาท ซึ่งนางจอมทรัพย์ก็มาปรากฏอยู่ในศาลด้วย จากนั้นนายสับให้การรับสารภาพต่อดีเอสไอว่า รับจ้างมาเป็นผู้ต้องหา ครูจอมทรัพย์ทราบก็เลยต่อว่านายสับ จากนั้นนายสับก็ไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นพิจารณาคำสั่งที่จะรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า ทางนางจอมทรัพย์เองรู้มาตั้งแต่ต้นว่า นายสับเป็นพยานเท็จ แต่ยังยืนยันที่จะสืบพยานในชั้นศาลช่วงวันที่ 8-10 ก.พ.60 ก็คงต้องสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่าในข้อเท็จจริง รายละเอียดเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้สอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ต่อไปจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเหตุการณ์ต่างๆ และบุคคลใดที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเป็นพยานทั้งหมด

นายสุริยา หรือ ครูอ๋อง ผู้ต้องหาคนสำคัญ กล่าวว่า ตั้งแต่ถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บภ.ภ.จว. ตั้งแต่เวลา 19.00 น.วันที่ 26 พ.ย. รอง ผบ.ตร.นำตัวตนและนางจอมทรัพย์มาสอบสวนยาวจนถึงตี 1 ของวันใหม่ แต่ยอมรับสารภาพในบางเรื่องเท่านั้น ส่วนข้อกล่าวหาแสดงหลักฐานเท็จต่อศาล และอั้งยี่ซ่องโจร ตนปฏิเสธเช่นเดียวกับนางจอมทรัพย์

“เหตุที่ยอมรับสารภาพบางเรื่อง เพราะในช่วงที่ขึ้นศาลจังหวัดนครพนม หลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ชดใช้เงินจำนวน 1.7 แสนบาทแก่ญาตินายเหลือ พ่อบำรุง ผู้เสียชีวิต ในช่วงขณะนั้นนายเสริฐ รูปสะอาด และนายอุบล ไชยบัน ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องรถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เสียก่อนว่านายเสริฐขับรถไม่เป็นและไม่มีใบขับขี่ ส่วนนายอุบลที่อ้างว่าเป็นผู้รับซื้อรถคันดังกล่าว ได้ขายรถเป็นเศษเหล็กไปแล้ว เรื่องจึงแดง แผนที่วางไว้จึงแตก” ครูอ๋อง กล่าว

นายสุริยา กล่าวด้วยว่า หลังสอบปากคำตนเสร็จสิ้น ช่วงถูกคุมขังที่สภ.เมืองนครพนมนอนไม่ค่อยหลับ เพราะยุงเยอะมาก ยังดีที่ญาตินำผ้าห่มมาให้เพราะอากาศหนาวเย็น แต่ก็ยอมรับชะตากรรมไว้แล้วว่าจะต้องติดคุก ซึ่งก็มีรอง ผบ.ตร.เดินมาตรวจและดูแลมาดูความเรียบร้อยที่ห้องคุมขังด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.กฤษดา สุพรรณกูล สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม หนึ่งในคณะทำงานชุดสอบสวนคลี่คดีเบิกตัวนางจอมทรัพย์ขึ้นรถยนต์กระบะนำตัวไปส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน