สธ. เร่งตรวจสอบคุณภาพวัคซีนควบคู่อบรมการฉีด ไฟเซอร์ เผยกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มไหนได้วัคซีนเท่าไหร่ ยันเป้าหมายไม่จัดสรรให้ วีไอพีเด็ดขาด
วันที่ 30 ก.ค.64 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับมอบจากสหรัฐฯ จำนวน 1.5 ล้านโดส จะต้องนำสู่เข้ากระบวนการตรวจสอบคุณภาพ และระหว่างนั้นดำเนินการคู่ขนานคืออบรมการฉีดวัคซีน เนื่องจากเป็นวัคซีนแบบชนิดเข้มข้น เบื้องต้นตั้งเป้าหลังอบรมเสร็จแล้ว ดำเนินการฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้าจำนวนทั้งสิ้น 700,000 คน ร่วมกับกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคและผู้สูงอายุรวมถึงเด็กอายุ 12 ปีที่มีโรคประจำตัว โดยตัวเลขสัดส่วนนี้จะทำตามที่จังหวัดเสนอมา
ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่คณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 กำหนดว่าจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 1.54 ล้านโดส ประกอบด้วย
1.บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ (เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน) 700,000 โดส 2.ผู้มีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีสัญชาติไทย 645,000 โดส
3.ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง และผู้เดินทางไปต่างประเทศ ที่จำเป็นต้องรับวัคซีนไฟเซอร์ เช่น นักการทูต นักศึกษา จำนวน 150,000 โดส
4.ทำการศึกษาวิจัย (ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม) จำนวน 5,000 โดส และ
5.สำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ จำนวน 40,000 โดส
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานการมาถึงของวัคซีนไฟเซอร์แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณในไมตรีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีต่อประเทศไทยเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดนี้ และนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการกระจายวัคซีนจะต้องเป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นการฉีดแก่บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า และกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น จะต้องไม่มีกรณีจัดสรรไปยังบุคคลสำคัญ หรือนอกกลุ่มที่กำหนดไว้เป็นอันขาด

