สืบ3 ทลายแอพฯเงินกู้นอกระบบ จับ 4 หัวโจกชาวจีน จ้าง 28 ชาวเขา เช่าบ้าน-คอนโดหรูชลบุรี โทร.จิกทวงหนี้

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิชย์ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.ฉลองกรุง

ทลายแอพฯเงินกู้นอกระบบ

จ้างชาวเขาโทรจิกทวงหนี้

ร่วมกันแถลงจับกุมนายชิงเบา ลู สัญชาติจีน นายซวน หยาง สัญชาติจีน นายอี้จัว หวัง สัญชาติจีน นายซิน หวัง สัญชาติจีน พร้อมคนไทยรวม 32 ราย พร้อมของกลาง โน้ตบุ๊ก 42 เครื่อง โทรศัพท์ 64 เครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ หลายรายการ ในข้อหา “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ บิดเบือน ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ให้การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จับกุมได้ที่หมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด ต่อเนื่องไปยังคอนโดเดอะปาล์ม วงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากผู้เสียหายกู้เงินจากแอพพลิเคชั่น “เงินกู้เซลฟ์เซอร์วิส” ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย.64 จำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 200,000 บาท โดยต้องชำระหนี้คืนเป็นจำนวนเงินประมาณ 450,000 บาท ซึ่งเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2564 ตามคดีอาญาที่ 115/64

กก.สส.บก.น.3 ตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า ได้ดึงข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย และทวงถามหนี้ลักษณะข่มขู่ด้วยการโทร.และแช็ตทางไลน์กับผู้เสียหายและเครือญาติ ทำให้เดือดร้อนและหวาดกลัว

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินมีบัญชีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้กว่า 100 บัญชี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมมากกว่า 100 ล้านบาท เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง ขออายัดบัญชีเบื้องต้น จำนวน 39 บัญชี ต่อมาวันที่ 2 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา

เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายแอพเงินกู้ออนไลน์ดังกล่าว บริเวณหมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวนมาก จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

แต่จากการตรวจขยายผลพบว่า ชาวต่างชาติ 4 คนใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเช่าห้องที่พัทยาเดือนละ 60,000 บาท โดยคนไทย 28 คน ได้ค่าจ้างเปิดบัญชีเดือนละ 5,000 บาท คอลเซ็นเตอร์ เปิดได้ 4 เดือน ทำหน้าที่ทวงหนี้โต้ตอบผู้เสียหาย

ทั้ง 28 คน เป็นชาวเขาภาคเหนืออยู่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย รับเงินเดือนคนละ 9,000 ได้ค่าล่วงเวลารวมกว่า 20,000 บาท เบื้องต้นนำผู้ต้องหา พร้อมของกลาง มาสืบสวนขยายผลเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน