สธ.แจงพนง.โรงแรม สัมผัสผู้ติดโอมิครอน ผลตรวจเป็นลบ ชี้รอบแรกแค่สงสัย สะท้อนเชื้อน้อยมาก อาจจะเป็นซากเชื้อ จ่อตรวจอีกรอบก่อนพ้น 14 วัน
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 นพ.จักรรัฐ วงศ์พิทยาอานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงผลการสอบสวนโรคผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนรายแรกว่า ผู้ป่วยโควิดโอมิครอนรายแรก เป็นชายชาวอเมริกันอายุ 35 ปี อยู่สเปน 1 ปี เดินทางมาประเทศไทยคนเดียว นั่งริมหน้าต่าง มีการเว้นเบาะจากคนอื่น ทำให้ไม่มีผู้สัมผัสใกล้ชิดบนเครื่องบิน
ส่วนโรงแรมที่เข้าพักมีการสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ 17 ราย เนื่องจากสวมหน้ากากตลอดเวลาทั้ง 2 ฝ่าย ส่งตรวจหาเชื้อเป็นลบ 16 ราย ส่วนอีกราย วันที่ลงไปสอบสวนได้เดินทางไป จ.อุบลราชธานี จึงให้ทีมสอบสวนโรคที่ จ.อุบลราชธานี ติดตาม เก็บตัวอย่างตรวจเพิ่มเติมที่สถาบันบันราศนราดูร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นอกจากนี้ มีพนักงานสนามบิน 2 ราย ความเสี่ยงต่ำผลตรวจเป็นลบด้วย
“ล่าสุดชายอเมริกันเป็นผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ อยู่ระหว่างการดูแลในสถานพยาบาล ยังสบายใจได้ว่าเป็นเพียงการติดเชื้อเฉยๆ และต้องกักตัวต่อจนครบ 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เดินทางมาถึงประเทศไทยคือวันที่ 30 พ.ย. ส่วนวันที่เหลือจะติดตามสอบถามอาการทุกวัน” นพ.จักรรัฐ กล่าว
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ผู้สัมผัสใกล้ชิด 1 ราย ที่ไปจ.อุบลราชธานีเป็นชายไทย อายุ 44 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมตามระบบ COVID Free Setting และ SHA+ คือ ฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา 2 เข็มตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีโรคประจำตัว ไทม์ไลน์คือช่วงวันที่ 29-30 พ.ย. หยุดอยู่บ้าน มีไปตลาดหน้าปากซอยเล็กน้อย วันที่ 1 ธ.ค.ไปเสิร์ฟอาหารให้ชายชาวอเมริกันรายดังกล่าว และนำเอกสารให้เซ็นเข้าโรงแรม ใส่หน้ากากอนามัยทั้งคู่ ออกจากห้องพักมีการทำความสะอาดอุปกรณ์
วันที่ 2 ธ.ค. ทำงานด้านเอกสารที่โรงแรม 2-3 ชั่วโมง วันที่ 3 ธ.ค.เดินทางกลับบ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมครอบครัวรวม 5 คน แวะรับญาติที่โคราช 1 ราย กลับถึงบ้านที่อุบลราชธานี มีการรับประทานอาหารร่วมกัน แวะตลาดแถวบ้าน แต่ยืนยันว่าสวมหน้ากากอนามัยตลอดช่วงเดินทาง วันที่ 4 ธ.ค.อยู่บ้านตลอดเวลา และได้รับแจ้งจากทีมสอบสวนโรคว่ามีผู้ป่วยชาวอเมริกันติดเชื้อ จึงรับตัวรายนี้มารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร วันที่ 5 ธ.ค.เก็บตัวอย่างมาตรวจ
“ผลการตรวจวันที่ 6 ธ.ค. ออกมาว่าสรุปไม่ได้ (Inconclusive) เพราะค่า CT เกิน 36 ทั้ง 2 ยีน จึงตรวจซ้ำ ผลเพิ่งออกเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ผล RT-PCR ยืนยันเป็นลบ คือตรวจหาไม่เจอ ถือเป็นการตรวจวันที่ 7 โดยจะตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 12-13 ที่จะถึงนี้ เพื่อยืนยันอีกครั้งก่อนครบ 14 วันของการกักตัว” นพ.จักรรัฐ กล่าว
นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า จากการสอบสวนรายนี้มีผู้สัมผัสใกล้ชิด 5 คนที่เดินทางร่วมกัน มีการลงไปสอบสวนว่าสัมผัสใกล้ชิดอะไรบนรถ ซึ่งตามปกติผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้สัมผัสใกล้ชิดจะไม่ได้ดำเนินการตรวจอะไร แต่เนื่องจากรายนี้มีผลไม่ยืนยันในช่วงแรก และมีการสอบสวนไปแล้ว จึงติดตามมาก่อน ดังนั้น เพื่อติดตามต่อจึงอยู่ระหว่างคุมไว้สังเกตอาการทั้งหมด
“สรุปสถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่พบผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยชาวอเมริกันที่ติดเชื้อโอมิครอน ที่ติดเชื้อตามมา แต่จะติดตามตรวจหาเชื้อซ้ำทั้ง 17 คนอีกครั้ง เพื่อยืนยันก่อนครบเวลากักตัว ส่วนโอมิครอนยังระบาดแพร่ไปยังประเทศอื่นๆ เป็น 54 ประเทศ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ไม่มีรายงานเสียชีวิต มาตรการสำคัญป้องกันคือป้องกันส่วนบุคคล สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ฉีดวัคซีน COVID Free Setting และตรวจ ATK” นพ.จักรรัฐกล่าว
เมื่อถามว่ารอบแรกที่สรุปผลไม่ได้เกิดจากอะไร นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ตามปกติเราตรวจ RT-PCR ยืนยันจะดูจำนวนรอบที่ตรวจใช้รอบเยอะหรือไม่ ถ้ารอบเยอะคือเชื้อปริมาณน้อยมาก บางรายเป็นลักษณะของซากเชื้อ ถ้ารอบอยู่ที่ 25-30 ถือว่าเชื้อปริมาณมากพอยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ส่วนรายนี้ตรวจครั้งแรกสงสัยว่าจะติดเชื้อ เพราะ CT 37 ทั้ง 2 ยีน แต่ต้องยืนยันซ้ำอีกครั้ง จึงตรวจซ้ำเมื่อเช้า ผลตรวจออกมาด้วย 2 วิธีการ ผลออกมาเป็นลบทั้งคู่ แต่จะตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ เป็นการยืนยันครั้งสุดท้าย เช่นเดียวกับอีก 16 รายที่เหลือ หากพบเป็นลบก็ถือว่าเป็นการจบคลัสเตอร์ของเคสนี้
ถามว่ารายนี้เคยมีประวัติติดเชื้อหรือไม่ นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ไม่มี แต่เคยมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อพนักงานโรงแรมด้วยกันเมื่อก.ย. แต่เคยตรวจมาก่อนว่าลบ โดยระบบของโรงแรมมีการตรวจทุกสัปดาห์ด้วย ATK ก็เป็นลบ ตอนนี้ถือว่าเป็นลบ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผลออกมาสงสัย ก็มีหลายส่วน อาจเคยติดเชื้อแล้วไม่ทราบ หายแล้วและประวัติไม่เคยถูกบันทึก หลายรายฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อไม่ทราบ แพร่เชื้อให้คนอื่นแล้วแต่ตัวเองไม่มีอาการก็มี ศึกษาพบว่า 2.6% ของคนไทยมีการติดเชื้อแล้วไม่ทราบ อาจจะแพร่คนอื่นเรียบร้อยไปแล้ว แต่คนไม่มีอาการส่วนใหญ่แพร่โรคน้อยกว่าคนมีอาการ
“รายนี้เจอนักท่องเที่ยวเพียงครั้งเดียว 5-10 นาที สวมหน้ากากตลอดเวลา ถ้ามีโอกาสติดเชื้อได้ อาจเกิดจากการติดเชื้อในประเทศจากส่วนอื่นมากกว่า เพราะคนไทยอยู่ในประเทศไทยอาจสัมผัสใกล้ชิดคนอื่นที่ไม่ทราบว่าติดเชื้อมาก่อนก็เป็นไปได้ ซึ่งตอนแรกหากผลเป็นบวกก็จะตรวจหาสายพันธุ์ หากติดเดลตาก็คือติดในประเทศเป็นหลัก แต่ผลออกมาเป็นลบ ทั้งนี้ ทีมสอบสวนโรคยังติดตามต่อเนื่องจะมีผู้สัมผัสติดเชื้อในการตรวจรอบ 2-3 ของแต่ละคน ต้องติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศต่อเนื่อง เพราะเป็นไฮซีซั่นมีคนเดินทางมาก ฝากว่าคนจะไปร่วมกิจกรรมที่มีคนร่วมมาก ต้องป้องกันตนเองสูงสุด ใส่หน้ากากตลอดเวลา” นพ.จักรรัฐกล่าว