ไทยพบผู้ติดเชื้อ ‘โอมิครอน’ แล้ว 1,551 ราย ใน 47 จังหวัด มาจากต่างประเทศ 779 ราย ติดในประเทศ 772 ราย โดยกรุงเทพฯ-กาฬสินธุ์-ชลบุรี เจอมากสุด
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.65 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ขณะนี้ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโอมิครอน ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โรคไม่รุนแรง แต่ติดเชื้อมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคต่างๆ ทุกโรคที่กังวลคือกรณีที่ติดเชื้อแล้วจะมีการเสียชีวิต แต่ถ้าติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ และสร้างภูมิคุ้มกันได้ ก็ไม่เป็นอะไร
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สธ.จะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 3 ม.ค.นี้ ก่อนสรุปสถานการณ์และมาตรการเพื่อเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 หรือ (ศบค.) ในวันที่ 7 ม.ค.นี้
“ภาพรวมของโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอน โรคน่าจะมีการระบาด แต่ขณะนี้ยังไม่ก่อโรครุนแรง ยังอยู่ภายใต้การควบคุม” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์โอมิครอนในประเทศ ในการตรวจหาสายพันธุ์ตั้งแต่เปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.64- วันที่ 1 ม.ค.65 พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนสะสม 1,551 ราย แบ่งเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 779 ราย และติดในประเทศ 772 ราย
โดยเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นวันเดียว 189 ราย แบ่งเป็น ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 68 ราย และติดในประเทศ 121 ราย ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 47 จังหวัด โดยจังหวัดที่พบมากสุด คือ กรุงเทพมหานคร 395 ราย กาฬสินธุ์ 195 ราย ชลบุรี 148 ราย ภูเก็ต 125 ราย และ ร้อยเอ็ด 119 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นก็เป็นไปตามที่เราคาดสถานการณ์ไว้ว่า จะพบการติดเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่
นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประชาชนเริ่มกลับมาทำงานแล้ว ทางสธ.ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ออกมาตรการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (work for home) ให้มากที่สุด เพื่อประเมินสถานการณ์ประมาณ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนตรวจ ATK เพื่อคัดกรองตนเอง
โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการระบบทางเดินหายใจ แม้ผลตรวจเป็นลบก็ต้องตรวจซ้ำ ในช่วง 1-3 วัน และย้ำว่าอยู่ร่วมกันในครอบครัวก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง ย้ำว่าการกันตัวเองอย่างสูงสุด (universal prevention) ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและล้างมือ เป็นอาวุธสำคัญเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ