ยุติงมหาผ้าคลุมขาว’แตงโม’ที่หายไป หลังกระแสน้ำแรงจัด ส.ส.เต้เตรียมนัดมางมค้นหาใหม่อีกรอบ ทนายกฤษณะขอดูวงจรปิดข้างร้านอาหาร
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 มี.ค.65 ที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 หลังทีมนักประดาน้ำ ลงเรือออกไปดำค้นหา กระโปรงสีขาวลายลูกไม้ ของแตงโม นิดา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ได้กลับขึ้นมาที่บนฝั่ง เพื่อประชุมวางแผนกันอีกครั้ง ก่อนจะยุติการค้นหา
นายชัยณัฐ วันเชียง ครูสอนดำน้ำ ทีมกู้ภัยมังกร ชลบุรี นามเรียกขาน มังกร 13 กล่าวว่า นักประดาน้ำได้ลงดำครั้งแรก บริเวณประตูกั้นน้ำฝั่งบางกรวย โดยลงไปที่ความลึก 14.5 เมตร แต่กระแสน้ำข้างใต้ค่อนข้างแรง เมื่อดำลงไปถึงพื้นแล้วจึงไม่สามารถทำงานได้ เพราะทุ่นถูกกระแสน้ำพัดลากไป นักประดาน้ำจึงอยู่นิ่งกับที่ เพื่อทำการค้นหาไม่ได้ จึงขยับไปดำอีกจุดหนึ่ง ที่ความลึก 14.5 เมตรเท่ากัน แต่ก็ประสบปัญหากระแสน้ำแรงเช่นเดิม อีกทั้งจุดดังกล่าวใต้น้ำยังมีเศษไม้ ทำให้อันตรายต่อนักประดาน้ำ เพราะอาจถูกทิ่มได้ จึงต้องยุติภารกิจในวันนี้ก่อน
ขณะที่นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ อาสาสมัครจากมูบนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า วันนี้ร่วมกตัญญูได้ส่งทีมงาน เพื่อมาช่วยคลายข้อสงสัยของสังคม ตามที่มีการร้องขอ และขอฝากถึงประชาชนว่าหากมีเบาะแสอะไร ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ไปได้
ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ กล่าวว่า ตนจะทำการนัดแนะวันเวลากับเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำอีกครั้ง เพื่อมาทำการค้นหาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนัดหมายภายในสัปดาห์นี้ โดยต้องเลือกช่วงเวลาที่กระแสน้ำนิ่ง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงดึก หากเป็นช่วงสายถึงช่วงเย็นตอนนี้รู้แล้วว่าไม่สามารถทำงานได้เพราะกระแสน้ำแรง โดยความปลอดภัยของทีมนักประดาน้ำถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยในวันนี้ก็ยังมีหลายจุดสำคัญที่บริเวณประตูกั้นน้ำที่ยังค้นหาไม่ครบ
ทั้งนี้ ฝากแจ้งประชาชนว่าให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากใครมีคลิปวงจรปิดที่เห็นเรือ ไม่ว่าจุดใดทั้งขาไปและขากลับ ขอให้ส่งมาที่ตน และหากใครเจอกับผ้ากระโปรงสีขาวก็ขอให้ช่วยเก็บไว้แล้วแจ้งมาด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ทีมทนายความพรรคไทยศรีวิไลย์ และอดีตทนายความแม่แตงโม กล่าวว่า หลังลงเรือหาหลักฐานเพิ่มกับนายมงคลกิตติ์ ตนยังสงสัย ภาพที่แตงโม นิดา นั่งกินข้าวคนเดียวก่อนเกิดเหตุว่าเพื่อนหายไปไหน ก็เลยโทรหาร้านอาหารครัวนั้น ซึ่งทางร้านบอกกับตนว่าที่ร้านไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ร้านที่อยู่ติดกันมีกล้อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็เข้าไปเอาพยานหลักฐานทั้งหมดมาหมดแล้ว แต่นิสัยทนายอยากไปเห็นสถานที่จริง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง จึงจะนัดหมายไปที่ร้านอาหารข้างๆ ครัวตานิด ซึ่งจะมีการบอกวันเวลาอีกครั้ง
ส่วนกล้องวงจรปิดที่พยานสำคัญ ไม่สามารถเปิดเผยอะไรมากได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน ต้องเป็นทนายเดชาเป็นคนพูด ตนทราบแค่ว่ามีแต่ภาพไม่มีเสียง ตนจึงจะเดินหน้าหาหลักฐานใหม่ และไม่มีความกังวลอะไรเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ก็ได้ให้กำลังใจด้วย

