ทนายดัง ยกคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้โทษ รองหัวหน้าพรรคการเมืองผิดอนาจาร ถ้าผิดจริง จำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณี ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุว่า มีน้องคนนึงมาปรึกษาว่า ถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ลวนลาม โดยไม่สมยอม ซึ่งนักการเมืองคนนี้มีตำแหน่งการงานใหญ่โต หลอกว่าจะพามาคุยเรื่องงาน สอนเรื่องหุ้น เศรษฐศาสตร์ แต่พอมาจริงกลับคุยแต่เรื่องเพศ และลวนลามต่างๆ ซึ่งคุณแม่ของน้องปรึกษาผม และแนะนำให้แจ้งความดำเนินคดี ต่อมาทนายตั้มโพสต์ประวัติรองหัวหน้าพรรคคนนี้ไม่ธรรมดา เคยก่อเหตุลักษณะนี้กับหญิงไทยอายุ 18 ปี 2 คนที่อังกฤษสุดท้ายเรื่องเงียบ เพราะพ่อใหญ่มากในเวลานั้น และทำแบบนี้กับอีกหลายคนในไทย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยยกตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีกระทำการอนาจาร โดยระบุว่า
“ตามที่ปรากฏข่าวว่า มีรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคใหญ่ กระทำการ หอมแก้ม กอดจูบ จับก้น ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมนั้น ผมขอแสดงความเห็นทางกฎหมายประกอบกับแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา ดังนี้
การกระทำอนาจาร คือการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายของผู้อื่น หรือ การกระทำต่อเนื้อตัวบุคคลที่ไม่สมควรทางเพศ
คำว่า “อนาจาร” มีความหมายว่า เป็นการกระทำต่อเนื้อตัวบุคคลที่ไม่สมควรทางเพศ ซึ่งมิได้หมายความเฉพาะการประเวณีหรือความใคร่เท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำให้อับอายขายหน้าในทางเพศด้วย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2547)
การกระทำอนาจาร คือการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ เพียงแต่กอดจูบลูบคลำ แตะต้องเนื้อตัวร่างกายในทางไม่สมควรก็เป็นการอนาจารแล้ว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2550)
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย
“จำเลยจับมือและกอดเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ 14 ปีถือได้ว่าเป็นการใช้แรงกายภาพ ซึ่งเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามความหมายใน มาตรา 1(6) แล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าว เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตาม มาตรา 278 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2503”
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำการอนาจาร โดยผู้เสียหายอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
“การแสดงความเอ็นดูรักใคร่ของครูผู้ชายซึ่งมีต่อเด็กนักเรียนผู้หญิงต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกาลเทศะและใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด มิให้มีลักษณะอาการส่อไปในทางที่ไม่สมควรทางเพศได้ ซึ่งการกระทำอันไม่สมควรทางเพศก็ไม่จำกัดเฉพาะว่าจะต้องเป็นเรื่องในทางประเวณีหรือความใคร่เท่านั้น แม้เพียงสัมผัสใกล้ชิดเพื่อสร้างความพึงพอใจในทางเพศก็ถือว่าเป็นการไม่สมควรแล้ว
โดยเฉพาะหากการกระทำนั้นเกิดขึ้นในที่ลับสายตา พฤติการณ์ของจำเลยที่อยู่ ๆ ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมา โอบไหล่โจทก์ร่วมโดยมือทาบอยู่เหนือหน้าอกโจทก์ร่วมอย่างไม่มีเหตุผลที่สมควรต้องกระทำเช่นนั้น ในขณะเมื่ออยู่กับโจทก์ร่วมตามลำพัง จึงยากจะเชื่อว่าเป็นการแสดงออกถึงความรักที่ครูมีต่อศิษย์ตามปกติ
หากเป็นการฉวยโอกาสของจำเลยที่ได้รับรสสัมผัสจากเนื้อตัวร่างกายของโจทก์ร่วมมากกว่า บ่งชี้ชัดว่าจำเลยมีความพึงพอใจในทางเพศจากการได้อยู่ใกล้ชิดสัมผัสเนื้อตัวร่างกายเด็กนักเรียนหญิงซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นไม่ยินยอมและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 873/2563”
ถ้าข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าว คือ รองหัวหน้าพรรคคนดังกล่าวมีพฤติการณ์ “กอด จูบ จับก้น” โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก็ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”