‘ศรีสุวรรณ’ จี้กกต. สั่งปชป.ขับ ‘ปริญญ์’ ออกจากสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับ หากละเลย กกต.จะพิจารณาคำสั่งให้ กก.บห.ปชป.พ้นทั้งคณะ ตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.65 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายพรรคการเมือง 2560 ในการแจ้งไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคฯ มีมติที่เด็ดขาดตามข้อบังคับพรรคฯ กรณีที่อดีตรองหัวหน้าพรรคถูกกล่าวหา และฟ้องต่อศาลว่าทำอนาจารและข่มขืนหญิงอื่นหลายราย อันเกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เนื่องจากข่าวที่ปรากฏเป็นการทั่วไปเกี่ยวกับรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง ซึ่งต่อมาเจ้าตัวที่ถูกกล่าวอ้างถึงคือ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ออกมาปฏิเสธ หลังถูกกล่าวหาจากผู้เสียหายที่เป็นหญิงจำนวนมากว่า กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุมากกว่า 15 ปี และข่มขืนกระทำชำเรา โดยเจ้าทุกข์แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ สน.ลุมพินีแล้ว และตำรวจยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลไว้ 3 คดี แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวทั้ง 3 คดี

โดยศาลได้ตีราคาประกันในคดีหมายเลขดำ ฝ.173,174/2565 สำนวนละ 200,000 บาท และคดีหมายเลขดำ ฝ.175/2565 จำนวน 300,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ทราบ

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ 2561 ข้อ 19(2)(4) ข้อ 24 ถึง 28 ประกอบข้อ 115 มีข้อกำหนดอันเกี่ยวข้องกับมาตฐานจริยธรรมของสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไว้ว่าพรรคมีความรับผิดชอบต่อสมาชิก โดยจะต้องควบคุมและกํากับดูแลมิให้สมาชิกกระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ ประกาศของ กกต. ข้อบังคับพรรค และประกาศของพรรค หากฝ่าฝืนคณะกรรมการบริหารพรรคฯ มีอำนาจมีมติขับให้ผู้ฝ่าฝืนออกจากสมาชิกพรรคได้ และถึงแม้นายปริญญ์จะประกาศลาออกทุกตำแหน่งภายในพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ตาม แต่ความเป็นสมาชิกพรรคยังไม่ปรากฏว่าลาออกแล้วหรือไม่

ดังนั้นจึงเป็นอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่จะต้องดำเนินการตาม มาตรา22 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยเร่งแจ้งให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคโดยเร็ว ซึ่งหากเลขาธิการ กกต.แจ้งไปยังพรรคประชาธิปัตย์แล้ว คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ละเลยหรือไม่ เรียกประชุมคณะกรรมการบริการพรรคหรือไม่มีมติหรือสั่งการใดๆ เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวของนายปริญญ์ และไม่กำหนดมาตรการหรือวิธีการที่จำเป็น เพื่อมิให้สมาชิกพรรคกระทำการอันมีลักษณะดังกล่าวอีก

และไม่แจ้งให้เลขาธิการกกต.ทราบภายใน 7 วันนับแต่มีมติ เลขาฯ กกต.จะต้องแจ้งให้ กกต.เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะได้ และห้ามกลับมาเป็นดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองอีกจนกว่าจะพ้น 20 ปีไปแล้ว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน