อัจฉริยะ วืดไม่ได้พบอัยการนนทบุรี นัด 17 พ.ค.เปิดหลักฐาน-ทรายตัวอย่างที่เก็บมา สัปดาห์หน้าจำลองใช้นักประดาน้ำถ่ายภาพในแม่น้ำเจ้าพระยา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พ.ค.65 ที่สำนักงานอัยการ จ.นนทบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาเข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามคดีแตงโม นิดา

นายอัจริยะ กล่าวว่า เดินทางมาปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรีในคดีที่ตนแจ้งความแซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ เนื่องจากคดีของตนจะเป็นตัวแปรที่ทำให้สามารถพลิกคดีได้ หากพิสูจน์ได้ว่าแซนให้การเท็จ จะทำให้ผลของคดีหลักเปลี่ยนแปลง ซึ่งอยากปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรีว่าจะรอคดีตนได้หรือไม่ เพราะยังมีเวลาอยู่ แต่ต้องดูก่อนว่าท่านมีความเห็นว่าอย่างไร

นายอัจริยะ กล่าวว่า ตนยังติดใจในประเด็นการตรวจแอลกอฮอล์และเลือดแซน เพื่อหาสารเสพติด ทั้งที่สามารถบังคับตามกฎหมายหมายมาตรา 131/1 แต่กลับละเว้นการปฎบัติหน้าที่ รวมถึงยังเจาะจงว่าสาเหตุเกิดจากใบพัดเรือ แต่ไม่โฟกัสเรื่องที่เปิดขวดไวน์ รวมถึงบาดแผลที่เพิ่มขึ้นด้วย

นายอัจริยะ กล่าวว่า ส่วนอะไรที่เชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่จะสามารถพลิกคดีได้นั้น หากแตงโมไม่ได้จับขาแซน และไม่ได้ตกหลังเรือจริง ตรงนี้คือให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้นโจทย์ที่ตำรวจตั้งไว้ว่า “แตงโมตกท้ายเรือ” ก็ไม่เป็นความจริง คดีนี้ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ สาเหตุที่ไม่นำหลักฐานให้กับตำรวจภูธรภาค 1 มันยาก เราจึงมุ่งเน้นรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการจังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาเป็นพยานในคดีหลักที่เราไปแจ้งความไว้ที่กองปราบฯ

นายอัจริยะ กล่าวว่า เบื้องต้นวันนี้ไม่ได้ประสานอัยการจังหวัดนนทบุรีไว้ เพราะแวะมาปรึกษา ก่อนเดินทางไปขึ้นศาลที่ต่างจังหวัด ส่วนสิ่งที่ตนออกมาร้องส่งผลกระทบไปหลายส่วนหรือไม่นั้น ตนไม่คิดว่าจะไปกระทบใคร เพราะต้องการค้นหาความจริง และทำทุกวิถีทางที่จะทำได้ ตามกรอบกำลังที่มี และตนก็ไม่ได้มีอำนาจอะไร ได้แต่รวบรวมพยานหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นอย่างไร ก็ต้องไปว่ากันต่อที่ขั้นพนักงานอัยการฯ

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ตนมีพยานสำคัญ เช่น นายแพทย์ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีพีเอสและภาพเงาต่างๆ ซึ่งมั่นใจว่าไม่ได้ตกท้ายเรือ พร้อมทั้งพยานหลักฐานอีกมาก ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

ส่วนประเด็นที่ “ทนายเดชา” ที่บอกว่าหากออกมาเคลื่อนไหว จะมีหมายศาลจำนวนมาก นายอัจริยะ กล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อว่าตำรวจ หรือผบ.ตร.ไม่ทำตนแน่นอน เพราะทำงานเพื่อแผ่นดิน ไม่มีอะไรแอบแฝง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแนวความคิดของตนและตำรวจที่ไม่ตรงกัน ตนก็พร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่ออกมา และปฎิบัติตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าไม่กังวลที่ได้นำหลักฐานมาเปิดเป็นหลักฐานที่ตำรวจไม่มี และสามารถพิสูจน์กับพนักงานอัยการฯได้ว่าเป็นเรื่องเท็จ จึงต้องการเอามาหักล้าง

นายอัจฉริยะ ยังเชื่อว่า ความเห็นในวันนี้จะทันก่อนคำสั่งของอัยการฯที่สำนวนมีกรอบระยะเวลาถึง 7 ผัด โดยวันที่ 17 พ.ค. จะนำหลักฐานที่มีทั้งหมดไปมอบให้กับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ที่ สภ.พระประแดง ซึ่งก่อนในวันนั้นตนจะแถลงเปิดหลักฐานให้กับประชาชนได้ทราบก่อน ทั้งทรายตัวอย่างที่เก็บมา รวมถึงในช่วงสัปดาห์หน้าจะจำลองโดยใช้นักประดาน้ำที่มีกล้องถ่ายภาพลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อถ่ายภาพด้านล่างว่ามีทรายอยู่หรือไม่ตรงจุดที่พบศพ และพยานที่พบเห็นศพในคืนวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นพยานที่ตำรวจยังไม่เคยเอาเข้าสำนวนคดี

ต่อมานายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้พบอัยการจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากติดประชุม แต่ตนก็ยังยืนยันในหลักฐานที่มี จึงรอนำหลักฐานทั้งหมดยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ชุดทำงานในวันที่ 17 พ.ค. นี้ เชื่อว่าจะทันเวลาที่อัยการจะสั่งฟ้อง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน