โด่งเอเอฟ3 ขึ้นโรงพักรอคู่กรณีกรีดรถเจรจาไกล่เกลี่ย ยื่นคำขาด 3 ข้อ ทำตามทุกอย่างจบ

จากกรณีนายศิระ รัตนโภคาสถิต อายุ 37 ปี หรือโด่ง เอเอฟ 3 โดนกรีดรถที่คอนโดที่พักอยู่ จึงเตรียมดำเนินการเรียกคู่กรณีมาเจรจา แต่ปรากฏว่าคู่กรณีไม่ยอมมาเจอ อีกทั้งยังส่งผู้เป็นแม่มาเจรจาแทน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เปิดสาเหตุ‘โด่ง AF3’โดนกรีดรถ คู่กรณีแค่เข็นรถไม่ได้-เข้าใจผิดคิดว่าใส่เกียร์ไว้

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ม.ค. นายศิระ รัตนโภคาสถิต อายุ 37 ปี หรือโด่ง เอเอฟ 3 พร้อมภรรยา น.ส.ภัสสร รัตนโภคาสถิต อายุ 36 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ท.สราวุฒิ พงศ์วัชร์ รองผกก.(สอบสวน) กรณีถูกหญิงสาวกรีดรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ศท313 กรุงเทพมหานคร เป็นรอยที่ประตูหน้า-หลัง ด้านขวาและมุมฝากระโปรงท้ายรถ ขณะรถจอดอยู่ที่ลานจอดรถชั้น 2 อาคารคอนโดแห่งหนึ่งย่าน ประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ม.ค. หลังเกิดเหตุนายศิระเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับทาง ร.ต.อ.ชยพล ไทยโสภา รองสว.(สอบสวน) สน.เตาปูนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา

โด่ง กล่าวว่า ตนจอดรถที่จอดในซองตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. โดยเข้าเกียร์ N และไม่ได้ดึงเบรกมือ ทำให้สามารถเข็นรถได้ คาดว่าคู่กรณีที่เป็นหญิงสาวซึ่งเป็นผู้เช่าคอนโด ลงมาเข็นรถ แต่เข็นไม่ไหว จึงกรีดรถด้วยความโมโห จนมีผู้ชายมาเห็นและมาช่วยเข็นรถไป หลังเกิดเหตุตนขอดูภาพวงจรปิด ซึ่งมีภาพเหตุการณ์ชัดเจน ซึ่งตนขอข้อมูลจากทางคอนโดมิเนียมใช้เวลา 2 วัน จนวันที่ 12 ม.ค. เมื่อมีข่าวแพร่หลายไปในโลกอินเทอร์เน็ต ทางแม่กับพี่สาวคู่กรณีติดต่อมา ทีแรกคุยไม่ดี พูดว่าแค่กรีดรถทำไมต้องอาฆาตด้วย แต่พอคุยรอบ 2 ทางแม่ของคู่กรณีน้ำเสียงอ่อนลงรู้สึกตกใจ โดยตอนแรกไม่รู้ว่าลูกกรีดรถ ก็ขอโทษและยินดีรับผิดชอบ


จากนั้นเมื่อช่วงดึกของเมื่อวานนี้ ทางคู่กรณีโทรศัพท์มาขอโทษ โดยยังบอกว่าเป็นแฟนคลับของตนด้วย สาเหตุที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ จากการพูดคุยไม่มีการอ้างว่าเป็นข้าราชการแต่อย่างใด มีเพียงแม่คู่กรณีพยายามพูดว่าอย่าไปแจ้งความเลย เพราะอยู่ในคอนโดมิเนียมเดียวกัน ตนตอบไปว่าเพราะอยู่คอนโดฯเดียวกัน ทำไมถึงนิ่งเฉยไป 2 วัน จนเป็นข่าวแบบนี้

“ในวันนี้ที่เดินทางมาที่สน.เตาปูน เพื่อมาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี โดยอยากให้ 1.คู่กรณีมาขอโทษต่อหน้า 2.ให้สำนึกที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน 3.รับผิดชอบค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 35,000 บาท และอย่าไปทำกับใครอีก ตนไม่อยากแจ้งความเป็นคดี แค่อยากให้คู่กรณีมาพบและทำตามก็จบ ตนก็ให้อภัยแล้ว อยากซ่อมรถ เพราะไปไหนมาไหนก็ลำบาก มีรอยกรีดดังกล่าว” นายศิระ กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาคู่กรณีให้มาพบที่สน.เพื่อไกล่เกลี่ยคดี แต่คู่กรณียังไม่เดินทางมาพบแต่อย่างใด