ชัชชาติอาสา ก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ถือเป็นชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งของประชาชน ย้ำเตือนครบ 8 ปีรัฐประหาร ถ้าเกลียดกัน จะมีคนได้ประโยชน์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 22 พ.ค.2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพ ขึ้นปราศรัย ท่ามกลางประชาชนที่มาแสดงความยินดี โดยเจ้าตัวเผยว่า มีผู้สมัครหลายคนได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี ซึ่งตนก็ตอบไปว่า หากมีโอกาสก็จะนำสิ่งดี ๆ ของนโยบายผู้สมัครมาปรับใช้ และจะทำงานร่วมกับส.ก.ทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ของพี่น้องกรุงเทพมหานคร เพราะถือเป็นมิติที่ดี สุดท้าย เราต้องก้าวข้ามความแตกแยก เป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเราจะทำให้กรุงเทพเดินหน้าขึ้นไปได้

ตอนนี้ตนยังไม่ขอพูดเรื่องผลคะแนน เพราะยังพูดไม่ได้ เพราะทางกกต.ยังไม่ยืนยันผลคะแนนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีวันนี้ เป็นวันที่มีความหมายส่วนตัวกับตนมาก เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ตนถูกคลุมหัว มัดมือ ตอนนี้แหละ นาทีนี้เลย เพิ่งถูกนำตัวไป ตอนกลับ ก็ถูกคลุมหัวกลับ หลังจาก 7 วันผ่านไป เลยไม่รู้ว่าถูกพาไปไหน แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกเกลียด ให้อภัยกับสิ่งทีเกิดขึ้น

“นั่นคือความทรงจำเตือนใจเราว่า เมื่อไหร่ที่ประชาชนทะเลาะ เกลียด กลัวซึ่งกันและกัน สุดท้ายจะมีกลุ่มคนที่ได้ผลประโยชน์”

คนเรานั้นเห็นต่างกันได้ ขออย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน นี่คือบทเรียนสำคัญ ถ้าเกิดมีโอกาสได้เป็นผู้ว่าฯ ตนพร้อมเป็นผู้ว่าของทุกคน ไม่ว่าใครจะเลือกหรือไม่เลือก ก็ต้องรับใช้ทุกคนเหมือนกัน ตอนลงพื้นที่ มีคนว่าประจำ ผู้ว่าฯนั้น จะมาพบแค่ช่วงก่อนเลือกตั้ง บอกว่าถ้าเป็นผู้ว่าฯ ก็จะไม่เจอตัว แต่ตนเป็นผู้ว่าฯติดดิน จะสัญจรไปทุกเขต ทุกอาทิตย์

ตนจะเริ่มต้นปลูกต้นไม้ก่อน จากนั้นก็จะไปลงพื้นที่เขต ลงชุมชน สัมผัสกับประชาชน ได้เจอกับผู้ว่าฯ ตัวจริง ได้คุยกัน และก็มีช่องทางอื่นในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เจอตนได้ ตอนนี้ตนต้องถอดแว่นเหมือนตอนเป็นรมว.คมนาคม ที่มองโครงการใหญ่ การเป็นผู้ว่าฯ ต้องใส่แว่นหลายสี ดูหลายเรื่อง ถ้าใส่แว่นวิศวกรอย่างเดียว จะเป็นผู้ว่าที่ดีไม่ได้ เราต้องมีแว่นหลากสี เพื่อเข้าใจและแก้ปัญหาในกรุงเทพ

ข้าราชการกรุงเทพ มีคนดี ๆ เยอะ ต่อไปต้องห้ามซื้อขายตำแหน่ง และต้องมีสิ่งที่ชัดเจนว่า เราต้องการอะไรจากเขา อยากให้ใครทำอะไร เราต้องทำเป็นตัวอย่าง อยากให้ข้าราชการดูแลประชาชน เราก็ต้องลงไปดูแลประชาชน ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว แต่ตัวเองไม่เคยทำเลย เราต้องเลือกคนเก่ง ไม่สำคัญว่าคนของใคร ดูผลงาน ประเมินเขา

“ข้าราชการที่ดีไม่ต้องกลัว ข้าราชการที่ไม่ดี เตรียมตัวไว้ได้”

อนาคต เรามาเดินร่วมกัน อย่าทะเลาะกัน เมื่อผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว เราได้เดินผ่านจุดนั้นไปแล้ว ก็ต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน กรุงเทพเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสวยงาม มีคุณค่ามากมาย ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายเรื่อง ทำให้ไม่ได้รับการเจียรไนอย่างเต็มที่

ขอย้ำว่า คนเรานั้นคิดไม่เหมือนกัน ก็ต้องตัดสินชั่งใจในการเลือก อย่างน้อยกรุงเทพนั้น ตนอาสามาประสานงานกับทุกคน เราสามารถขัดแย้งกันได้ แต่อย่าไปโกรธเกลียดอะไร เดินไปด้วยกัน ตอนนี้สิ่งที่เปลี่ยนในการเมืองระดับประเทศ ที่เปลี่ยนไปเลยอย่างแรก คือป้ายหาเสียง มันจะเปลี่ยนการเมืองไปตลอด ใครทำป้ายใหญ่จะเกะกะ มันสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องเล็ก ๆ ก็สามารถเปลี่ยนการเมืองไปได้ อนาคตอาจมีการเมืองที่ไม่มีพรรคการเมือง มีแต่คนมารวมกันก็ได้ ต่อไปก็อาจมีอะไรแปลกใหม่ได้

“ประเทศไทยต้องการความเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างต้องเดินต่อไป มีวิธีคิดที่ต่างไป พัฒนาแนวร่วม พรรคการเมืองใหญ่อาจไม่ได้ประโยชน์อีกแล้ว คนจำนวนมากเลือกเรา ก็แสดงว่าไว้ใจเรา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

ทั้งนี้ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ การเปลี่ยนความคิดคนนั้น ต้องเริ่มมาจากตัวเราเอง อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่เปลี่ยนความคิด อย่าไปเสียเวลาทะเลาะกับเขา เพราะหากเราต้องการให้เขาคิดเหมือนเรา ถ้าเขาไม่เปลี่ยน ก็ไปหาคนอื่น คนเรามีความแตกต่าง ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสินใจ

“ตนขออาสามาเป็นผู้นำแห่งความหวัง เดินร่วมกันไป คุยกันด้วยเหตุผล ทำกรุงเทพให้เป็นนครที่คนอยู่อย่างมีความสุข ให้ทุกคนเดินไปพร้อม ๆ กัน วันนี้ก็ตื้นตันใจ เป็นเหมือนคำสั่งที่ประชาชนมอบหมายให้ตนเป็นตัวแทน”

ขอขอบคุณผู้สมัครทั้ง 31 คน ที่ร่วมเดินทางกันมาเกือบ 2 เดือน เป็นการแข่งขันที่ยุติธรรม ตนได้สิ่งดี ๆ หลายอย่าง เช่น เรื่องรัฐสวัสดิการเพิ่มเติม หรือการทำโครงการ เรื่องการหารายได้ของกทม. นโยบายของผู้สมัครทุกคนที่มีข้อดี ก็ต้องน้อมรับ เอานโยบายทุกท่านมาทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับส.ก.ทุกท่านที่เดินไปด้วยกัน กรุงเทพบอบช้ำมาเยอะ เช่นเดียวกับประเทศไทย สุดท้ายเชื่อว่าเมืองไทยมีพลัง

ตอนนี้รอทางกกต.ประกาศอย่างเป็นทางการ ขอขอบคุณเพื่อนชัชชาติและทีมงานทุกคน เช่นเดียวกับอาสาสมัครทุกคน วันนี้เชื่อว่า เราทำการเมือง และมีพลังได้ มีน้อง ๆ หลายร้อยคน ร่วมเดินกันมาถึงขนาดนี้ คนรุ่นใหม่ ทำให้เมืองเดินไปได้ เราเอาคนรุ่นนี้มาสร้างสรรค์และเดินไปร่วมกัน

2 ปีที่ผ่านมา ตนเน้นย้ำกับทางทีมงานว่า ต้องสนุก ปล่อยของกันเต็มที่ มันคือพลังที่จะเปลี่ยนกรุงเทพได้ ที่ผ่านมาเราทำได้ เราจะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กรุงเทพอีกมากมายมหาศาล ทุกคนทำได้ มาร่วมทำให้กรุงเทพเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ขอบคุณทุกคน น้อง ๆ ที่ลงพื้นที่ก็มีอิสระ ทำนอกกรอบ เราไม่ได้มีรูปแบบของพรรคการเมืองที่กำหนดกรอบของเราอยู่

สิ่งแรกที่จะบอกคนที่เลือกและไม่เลือกคือ ขอคนกรุงเทพไปอ่านทำความเข้าใจนโยบายตนทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่คนต้องการ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถาม มาคุยกันกับตนได้ ตนและทีมงานได้มาทำนโยบายที่ให้ไว้ประชาชน ใครไม่เห็นด้วยก็จะได้มาคุยกัน แต่ขอไปศึกษามาก่อน จะได้คุยกันเข้าใจ ตนมั่นใจ ถึงเสนอตัวมาทำงาน เราทำงานบริหาร เพื่อฟังประชาชน มันมีระบบบริหาร ถ้าไม่ฟังประชาชนเลย ก็จะอยู่ลำบาก

ทั้งนี้ขอดูพรุ่งนี้ว่าจะได้กี่คะแนนอย่างเป็นทางการกี่เสียง ตนเชื่อว่าตัวเองได้คะแนนเสียงมากกว่านายกรัฐมนตรีอีก ตนไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้ชวนทะเลาะ แต่เมื่อประชาชนเลือกมา ทุกอย่างก็มีเหตุผลระเบียบขั้นตอน จึงเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ตอนนี้คะแนนยังไม่เป็นทางการ พูดไปก็ผิดกฎหมาย

“ตอนนี้ไม่ถือเป็นชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งของประชาชน ที่ต้องปฏิบัติตาม”

ตนได้คุยกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกลและนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ เรานำนโยบายมาใช้ ก็ต้องฟังคุยกับส.ก. ทำงานร่วมกัน ไม่ได้ทะเลาะกัน ถ้าเริ่มด้วยคุยกัน ก็ไม่ได้กังวลอะไรเลย ทำงานได้ทุกพรรค แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยด้วย

ขอบคุณพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมืองที่ดูแลกรุงเทพมากว่า 5 ปี อะไรที่ดีเกิดขึ้น ก็จะนำเป็นบทเรียนไปขยายได้ เอาไปขยายทำคลองหลายจุด มีจุดดีที่ดีจริง และเราจะมีคณะทำงานเพื่อร่วมกันทำงานกับปริมณฑล เพื่อช่วยกันทำงานร่วมกันเพื่อดูแลประชาชน เราต้องมีมาตรการที่จูงใจประชาชนให้ย้ายมากรุงเทพ เพื่อประเมินงบประมาณในการใช้พัฒนาเมืองให้ถูกต้อง

“การดูแลเส้นเลือดฝอย นั่นเพื่อลดการเหลื่อมล้ำ ให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะโอกาสการศึกษา ให้คนรุ่นลูกดีกว่าคนรุ่นพ่อแม่ได้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน